ยงของเขาก็แหบห้าวจากการตะโกน แต่ก็ไม่มีการเคลื่อนไหวจากภายใน เขาหยุดอย่างไร้ประโยชน์และเขย่าพระวรกายฮ่องเต้ซึ่งยังอยู่บนตักของเขา “ฝ่าบาทลุกขึ้นเถิดพะยะค่ะ ดูเหมือนว่าละครฉากนี้จะไม่สำเร็จ”
ฮ่องเต้ลืมตาขึ้นและถามเขาว่า “นานมากแล้ว ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆจากข้างในเลยหรือ ? ”
จางหยวนส่ายหัว “ไม่มีเลยพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ใครจะรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ในขณะที่เขางุนงงเล็กน้อย เช่นนี้เขานอนอยู่บนพื้นในช่วงเวลาก้านธูป ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมาและใช้มือช่วยพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพื้น บางทีเขาอยู่ที่นั่นนานเกินไป เมื่อยืนขึ้น เขาก็จาม จางหยวนตกใจและเรียกคนมาสวมเสื้อคลุมให้เขา
“กลับกันเถิด” ฮ่องเต้โบกมือ “กลับไปที่ห้องโถง ข้าง่วงแล้ว” หลังจากพูดอย่างนี้แล้วเขาก็ไปที่ประตูตำหนักศศิเหมันต์อีกครั้ง ฝนได้ชำระล้างเลือดจากถุงเลือดที่เขากัดไว้แล้ว เขาหันหลังกลับและขึ้นเกี้ยว และกล่าวกับจางหยวนว่า “ส่งคนไปนำโหราจารย์เจียนเจิงมาพบเราที่ห้องโถงจาวเฮ่อ”
จางหยวนส่งคนไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ถอนหายใจ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฮ่องเต้ได้เคาะประตูตำหนักศศิเหมันต์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ในความทรงจำของจางหยวน ดูเหมือนว่าตั้งแต่เขาเข้าไปในพระราชวังและเริ่มติดตามฮ่องเต้ ละครฉากนี้เป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ตลอดเวลา ในตอนแรกฮ่องเต้จะลงมือทำด้วยตัวเอง หลังจากนั้นเขาจะเข้าร่วมด้วยการเพิ่มกลอุบายใหม่ในแต่ละครั