าบาทไม่ได้พูดถึงการพาข้าและพราชายาหยุนหนีหรือพะยะค่ะ ? ” ขันทีคนนี้ค่อนข้างโกรธ และเขาพูดโดยไม่คิดถึงน ้าหนักคำพูดของเขา เขาไม่ได้อ้างถึงตัวเองในฐานะบ่าวรับใช้ด้วยซ ้า “ฝ่าบาทอาจจะแก่ แต่ข้ายังเด็ก ข้าไม่ได้วางแผนที่จะตายก่อนถึงเวลาอันควรพะยะค่ะ ! แต่ถ้าฝ่าบาทตายข้าจะดูแลใครพะยะค่ะ ด้วยอารมณ์รุนแรงขององค์ชายเก้าและพระชายาขององค์ชายเก้า ข้าไม่สามารถดูแลพวกเขาได้พะยะค่ะ เมื่อเวลานั้นมาถึงข้าจะตามฝ่าบาทไป ฝ่าบาท ถ้าฝ่าบาทใส่ใจเกี่ยวกับบ่าวรับใช้นี้ก็อยู่ต่ออีกหลาย ๆ ปี บ่าวรับใช้คนนี้เข้ามาในพระราชวังเมื่อข้าเริ่มเข้าใจสิ่งต่าง ๆ และไม่เคยเห็นโลกภายนอก นี่คือการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เกินไป ! การเข้ามาในวังและกลายเป็นขันที ข้าไม่สามารถมีบุตรได้ ในอนาคตจะไม่มีใครมาฝังข้า… คิดดูแล้วทำไมมันถึงเศร้าเหลือเกินพะยะค่ะ ? ” เมื่อเขาพูดเขาเริ่มเช็ดน ้าตาของเขา
ฮ่องเต้พูดไม่ออก “เจ้าควรปลอบเราไม่ใช่หรือ ? ทำไมเจ้าถึงเศร้าใจมากยิ่งขึ้นกับเรา ? แม้ว่าเจ้าจะเป็นขันที เราเคยทำร้ายเจ้างั้นหรือ ? คิดสิ เมื่อไหร่ที่เราลงโทษเจ้า ? ตีเจ้า ไม่เชื่อว่าเราไม่รู้ แต่บ่าวรับใช้ในพระราชวังคนใดไม่ได้อยู่ข้างหลังข้า ไม่ต้องพูดถึงขันที มีบ่าวรับใช้ในพระราชวังก็ถูกเฆี่ยนตีด้วยหรือไม่ ? ข้าได้ยินมาว่ามีบางอย่างที่ติดอยู่กับเข็ม… อ่า เราไม่สามารถใส่ใจกับเรื่องของผู้หญิง แต่บอกเราว่าเราปฏิบัติต่อเจ้าดีหรือไม่ ? เมื่อเจ้าป