นี้ได้อย่างไร เจ้าพูดเสียยืดยาวเหมือนหญิงชรา ! ”
ดวงตาของนางตวัดมองเขาและไม่มีความสุขในทันที “เจ้าพูดถึงใคร ถ้าข้าเป็นหญิงชรา เจ้าก็เป็นคนชราเช่นกัน แม้ว่าเราทั้งคู่จะชรา แต่เจ้าก็จะเป็นคนแรกที่ชรา มีช่องว่างเกือบสิบปี เจ้ามีข้อได้เปรียบอะไรจากข้า”
ซวนเทียนหมิงมองดูรูปร่างหน้าตาของนางที่คล้ายกับเสือและยิ้มมากขึ้น
ในเวลานี้หวงซวนเดินเข้ามาจากข้างนอกพร้อมกับใครบางคนอยู่ข้างหลังนาง นางส่งสายตาไปที่เฟิงหยูเองเป็นเชิงบอกใบ้ให้เฟิงหยูเองมองไปข้างหลังนาง เฟิงหยูเองมอง และพบว่าคนที่อยู่ข้างหลังนางสวมเสื้อคลุม นางคือเฉิงจุนม่าน
“ทำไมเจ้าถึงมาที่นี่ ? ” นางคิดเกี่ยวกับมันแต่ก็ยังไม่สามารถเรียกท่านแม่ได้ มีช่องว่างอายุไม่มากระหว่างพวกเขา นอกจากนี้จากมุมมองของเฟิงหยูเองในฐานะวิญญาณอายุ 30 ปี นางอาจเป็นน้องสาวของเฟิงหยูเอง
จุนม่านถอดเสื้อคลุมออกจากหัวของนางแล้วเงยหน้าขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าซวนเทียนหมิงอยู่ด้วยด้วย นางจึงรีบไปทักทายโดยกล่าวว่า “ฮูหยินเสนาบดีคารวะองค์ชายเพคะ”
ซวนเทียนหมิงโบกมือโดยแสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นที่นางจะต้องสุภาพจากนั้นเขาก็ตบไหล่ของเฟิงหยูเอง ละกล่าวกับนางว่า “พวกเจ้าทั้งสองคุยกันเถิด ข้าจะออกไปสำรวจค่ายข้างนอกก่อน”
เมื่อเขาออกจากที่พักพิง ในที่สุดจุนม่านก็ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าวและสีหน้าอับจนหนทางปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง “ฮูหยินผู้เฒ่าเฟิงร้องไห้คร ่าครวญและบังคับให้ข้าเข้า