งหลวงไม่ได้หรือ ? ”
ฟู่หรงพยักหน้า “ใช่ ผู้ลี้ภัยมองว่าเมืองหลวงเป็นเพียงเสาหลักของการสนับสนุนพวกเขา พวกเขาแค่คิดว่าเมืองหลวงจะไม่จมอยู่ใต้น ้าอย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้คิดว่าพวกเขาไม่มีญาติที่จะขอความช่วยเหลือ สำหรับคนที่บอกว่าญาติของพวกเขาอาศัยอยู่ที่ใดก็จะถูกส่งไปสอบสวนทันที เมื่อพวกเขาพบญาติ พวกเขาจะได้รับอนุญาตให้เข้ามา แต่ผู้ที่ไม่มีญาตินั้นไม่ได้รับอนุญาต อันที่จริงแล้ว…” นางหยุดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ท่านพ่อพูดความจริง หลายคนเสียชีวิตจากความหิว”
“ข้าเข้าใจ” เฟิงหยูเองโบกมือแล้วทำท่าบอกฟู่หรงว่าไม่พูดอะไรอีกต่อไป อารมณ์ของนางค่อนข้างยุ่งเหยิง มันจะไม่ใช่ว่านางไม่ได้คิดถึงสถานการณ์เช่นนี้ แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นจริงแล้ว มันก็ยังยากที่จะยอมรับใครบางคนที่มาจากยุคสมัยใหม่
“อาเอง ! ” ฟู่หรงเรียกนาง “ท่านพ่อบอกว่าเจ้าเป็นคนเดียวที่สามารถควบคุมโรคระบาดได้ เจ้าสามารถทำได้หรือไม่ ? ข้ากลัว… ข้ากลัว… ”คำพูดของนางไม่ราบรื่นอีกต่อไปและใบหน้าของนางก็ซีดลงกว่าเดิมราวกับว่านางจำบางสิ่งได้อย่างน่ากลัวมาก นางไม่สามารถนั่งนิ่ง ๆขณะที่นางกระโดดขึ้นจากเก้าอี้ คว้าเฟิงหยูเอง นางร้องและพูดว่า “ข้ากลัวว่าผู้ลี้ภัยเหล่านั้นจะหิวมากเกินไป และจะ… จะ…”
“จะกินคน” นางจบประโยคที่ไม่สมบูรณ์ของฟู่หรง นางตัวสั่นไม่สามารถหยุดตัวเองได้
ความอดอยากเป็นปัญหา ผู้คนที่กินกันเองคือผลลัพธ์ที่นางต้องการเห็นน้อยที่สุด
“ฟู่