” เสียงของหยูเฉียนหยินดังขึ้นอีกครั้ง นางเงยหน้าขึ้นมองเฟิงเซียงหรูด้วยความสับสน “เจ้าได้รับบาดเจ็บตอนที่เจ้าล้มหรือ ? ” ในขณะที่พูดเช่นนี้ นางส่งผ้าเช็ดตัวไปให้
เฟิงเซียงหรูรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย และรับผ้าเช็ดตัวพลางตอบว่า “ข้าไม่ได้ร้องไห้ น ้าฝนไหลมาจากผมของข้า” จากนั้นนางตอบคำถามของซวนเทียนฮั่วก่อนรอให้หยูเฉียนหยินตอบกลับ “หม่อมฉันกำลังจะไปดูการประหารชีวิต พี่ใหญ่จะถูกประหารชีวิตในวันนี้ หม่อมฉันได้ยินมาว่าพี่รองไปแล้ว หม่อมฉันก็อยากไปดูด้วยตัวเอง”
ซวนเทียนฮั่วขมวดคิ้ว และถามนางว่า “มีอะไรให้ดูนอกจากคนจะถูกฆ่า ? ”
เฟิงเซียงหรูวางผ้าเช็ดตัวแล้วกล่าวอย่างใจเย็น “ไม่มีอะไรที่คุ้มค่ากับการดู องค์ชายกำลังจะเสด็จไปไหนเพคะ ? หากเราไปทางเดียวกันหม่อมฉันขอติดรถไปด้วย หากเราไปคนละทางก็ให้หม่อมฉันลง หม่อมฉันไปเองได้เพคะ”
ซวนเทียนฮั่วส่ายหน้าแล้วถอนหายใจเบา ๆ เด็กคนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนเขาจำได้เมื่อพบกับเฟิงเซียงหรูเป็นครั้งแรก แต่ในความทรงจำของเขานางมักเดินตามหลังเฟิงหยูเองและนางก็เป็นคนขี้อาย เมื่อใดก็ตามที่นางเห็นเขา ใบหน้าของนางจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและนางก็ไม่กล้าที่จะพูด หลังจากนั้นเขาก็คุ้นเคยกับนางและส่วนใหญ่เป็นเพราะเฟิงหยูเองเขาได้ทำหน้าที่ปกป้องผู้หญิงคนนี้สองสามครั้ง แต่ไม่มีการโต้ตอบใด ๆเพิ่มเติม นั่นคือเหตุผลที่เขาไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ผู้หญิงคนนี้กลายเป็นเช่นนี้การสูญเสียความขี้