คำพูดของเฉินหยูทำให้อารมณ์ของฮูหยินผู้เฒ่าเปลี่ยนจากความตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันนี้เป็นความโกรธแค้นอย่างมาก ขณะที่นางตะโกนเสียงดังว่า “หุบปาก ! ”ใครจะรู้ว่าเสียงตะโกนดังแค่นี้ แต่มันทำให้ทุกคนสั่น โดยบังเอิญยิ่งมากขึ้นหลังจากเสียงตะโกนดังกล่าวเกิดขึ้น มีฟ้าผ่า หลังจากนี้เสียงฟ้าร้องสั่นสะเทือนทำให้คนสั่นมากขึ้นแต่ไม่มีฝนและความกดอากาศทำให้หายใจลำบาก แต่ฝนไม่ยอมตกฮูหยินผู้เฒ่าที่พยายามลุกขึ้นจากพื้น นางจ้องมองเฉินหยู “อย่าพูดแบบนี้อีก ! ไม่ว่าเจ้าจะมีเกลียดน้องรองของเจ้ามากแค่ไหน เจ้าก็ต้องกลืนคำพูดเหล่านั้นลงไป ! ” ในขณะที่พูดอย่างนี้ นางมองไปที่ทุกคนในคฤหาสน์เฟิงแล้วพูดอย่างเยือกเย็นว่า “ถ้าพวกเจ้าต้องการมีชีวิตอยู่ คราวนี้เราต้องเข้าใจว่าเฉียนโจวพยายามลอบสังหารฮ่องเต้ซึ่งหมายความว่าพวกเขาได้เปิดศึกกับราชวงศ์ต้าชุนแล้ว อีกไม่นานจนกว่าราชวงศ์ต้าชุนจะส่งทหารออกไปปราบปรามพวกเขา เฉียนโจวได้หายไปจากการเป็นรัฐบริวารและกลายเป็นศัตรู ถ้าใครพูดอะไรเกี่ยวกับการชื่มชมคังอี้ นั่นหมายถึงการถูกฆ่าล้างครอบครัว!”ทุกคนพยักหน้าช้า ๆ แม้แต่เฉินหยูผู้เกลียดเฟิงหยูเองก็กลัวถูกแล้ว นางจะไม่คิดเรื่องนี้ได้อย่างไร เรื่องที่เฉียนโจวพยายามลอบสังหารเป็นความจริง แล้วคังอี้ถูกนำตัวไปโดยโดยองค์ชายรองและกลุ่มทหารองครักษ์ ไม่มีโอกาสที่สถานการณ์จะเปลี่ยนไป นี่ไม่ใช่การต่อสู้ในเรือนเล็ก ๆ อีกต