หัวเฉียวก็ตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขามองหน้าเพื่อนสมัยเรียนพลางเอ่ยว่า
“งั้นก็หมายความว่า วันนี้จะไล่เจี๋ยเป่านั่นออกได้แล้วสินะ”
“อ้อ จริงสิ ตอนนี้เขาไม่น่าจะอยู่ที่โรงพยาบาลแล้วมั้ง”
หลังจากการผ่าเสร็จสิ้น หัวเฉียวก็มัวแสดงความยินดีกับหานชิงอวี่จนไม่ทันได้สังเกตเลยว่ามีใครอยู่แถวนั้นบ้าง
อีกอย่าง เขาก็ไม่ได้สนิทกับเจี๋ยเป่า จึงไม่สามารถจำหน้าได้แม่นขนาดนั้น
เพราะฉะนั้น เขาจึงไม่รู้เลยว่าตอนนี้เจี๋ยเป่าอยู่ที่ไหน
หานชิงอวี่พูดตรงไปตรงมาว่า
“ครั้งนี้น่าจะยังไม่ได้ เพราะถ้าเจี๋ยเป่ากล้าทำแบบนี้ แสดงว่าเขาก็ต้องมีไพ่ตาย”
“ตอนนี้เราอยู่ในที่สว่าง ครั้งนี้ที่ฉันจะไป เพียงแค่ไปสืบดูว่าพวกเขามีไพ่ตายอะไรบ้าง”
“ส่วนเรื่องจะให้พวกเขายอมรับความพ่ายแพ้ ครั้งนี้น่าจะยังเป็นไปไม่ได้”
หัวเฉียวจึงถอนหายใจด้วยความเสียดาย ก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า
“ว่าแต่พวกเราต้องไปด้วยหรือเปล่า?”
หานชิงอวี่ปฏิเสธ
“วันนี้มันดึกมากแล้ว ทุกคนคงเหนื่อยกันมามากแล้ว”
“ตอนนี้ไม่มีเรื่องอะไรแล้ว พวกนายกลับไปพักผ่อนกันเถอะ”
หลังจากฟังหานชิงอวี่พูดจบ หัวเฉียวและลั่วจือซินก็ไม่ได้ยืนกรานอะไรอีก พวกเขายินดีทำตามที่หานชิงอวี่บอก แล้วเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยไป
ส่วนหานชิงอวี่เดินมาที่หน้าห้องทำงานของคณบดี เขาเคาะประตูเบา ๆ
“เข้ามา”
เสียงของฉินซานไห่ ดังเล็ดลอดออกมาจากด้านในห้องทำงาน
หานชิงอวี่ เปิดประตู แล้วหมุนตัวเข้าไปในห้องทำงานของคณ