แบบไม่ออกเสียงและเอื้อมไปจับคนแคระโดยไม่รู้ตัว แม้กระนั้นนางก็หยุดวังซวน “อารมณ์ของเจ้าเปลี่ยนได้ง่าย เจ้าสามารถทำตามที่เจ้าชอบเมื่อเราลงจากรถ แต่อย่าแตะต้องเด็กตอนนี้”พูดอย่างนี้นางให้มองหวงซวนและวังซวนเป็นเชิงบอกใบ้นางยิ้มนั่งลงที่อีกด้านหนึ่งของคนแคระ วางคนแคระระหว่างพวกเขารถม้ายังคงวิ่งต่อไป ผ่านไป 2 ชั่วยาม พวกเขาออกจากภูเขาและเริ่มได้ยินเสียงของแม่น้ำเฟิงหยูเองพูดว่า “แม่น้ำที่เราใกล้จะเห็นนั้นเป็นแม่น้ำที่ข้าคุ้นเคย ปัญหาแรกที่ข้าพบหลังจากกลับไปเมืองหลวงคือเมื่อข้าถูกบังคับให้กระโดดลงแม่น้ำ ใช่หรือไม่ วังซวน ? ”วังซวนผงกศีรษะ “เจ้าค่ะ ขอบคุณองค์ชายเจ็ดที่ช่วยชีวิตเราคุณหนูต้องการพักผ่อนริมแม่น้ำหรือไม่เจ้าค่ะ” นางสามารถเห็นสิ่งที่เฟิงหยูเองคิดเฟิงหยูเองยิ้มแล้วกล่าวว่า “ดี ! เราเดินทางมานานแล้ว เราควรพักผ่อนสักพัก”ขณะที่พวกเขาพูด เสียงแม่น้ำก็ชัดเจนขึ้น วังซวนเดินออกจากรถม้าและไปแจ้งคนขับ จากนั้นคนขับตะโกนไปที่รถม้าคันข้างหน้า และรถม้าทั้งสองนั้นก็ตรงไปที่แม่น้ำ ไม่นานพวกเขาก็หยุดหวงซวนใช้ความคิดริเริ่มในการเอาคนแคระออกจากรถ จากนั้นเฟิงหยูเองจึงผลักรถเข็นของซวนเทียนหมิง ในอีกด้านหนึ่งฉิงหลานช่วยเหยาซื่อลงจากรถของนางเมื่อเห็นเหยาซื่อ คนแคระอยากจะไป อย่างไรก็ตามหวงซวนไม่ยอมปล่อย เขาพยายามอย่างไร้ผลสองสามครั้งจากนั้นก็เริ่มตะโกนว่า “ท่านแม่ ! ท่านแม่ ! ”ซวนเทียนหมิงเตือนเขา “เจ