างกายของนางก็เต็มไปด้วยเลือด โดยปกติแล้วการข่มขู่ครั้งนี้น่าจะทำให้นางเป็นลม แต่เฟิงหยูเองฉีดยาแก่นาง ใครจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในการฉีดครั้งนั้น แต่มันทำให้เหม่ยเซียงตื่นตัวมากขึ้น นางแทบไม่มีความรู้สึกที่จะเป็นลมเลยแต่ยิ่งนางได้สติมากเท่าไร นางก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวดและไม่สบายมากขึ้นเท่านั้น ห้อยลงมาจากต้นไม้ เลือดในร่างกายของนางไหลตามข้างหลังแล้วลงไปที่หัวของนาง นางรู้สึกราวกับว่าหัวของนางกำลังจะระเบิดเพราะดวงตาของนางพอง เชือกยังคงแกว่งไปมาเพื่อที่นางจะได้เห็นผู้คนจำนวนมากกลับหัวกลับหางรวมทั้งเฟิงเซียงหรู, อันชิ, ฮูหยินผู้เฒ่า, อนุคนอื่น ๆและคุณหนูของคฤหาสน์เหม่ยเซียงยิ่งกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ทันใดนั้นนางก็รู้ว่าการตกไปอยู่ในมือของคุณหนูรองนั้นน่ากลัวกว่าการตกนรกในเวลานี้เฟิงหยูเองถือแส้ของนางแล้วมองเข้าไปที่เรือนไผ่หยกผ่านประตูหน้า ด้านในของเรือนไผ่หยกเงียบและไร้ผู้คนอย่างไรก็ตามทุกคนในตระกูลเฟิงรู้ว่าเฟิงจินหยวนอยู่ข้างในฮูหยินผู้เฒ่าตัวสั่นและถามว่า “อาเอง เจ้าจะทำอะไร ? ”นางหันหลังกลับ และชี้ไปที่เหม่ยเซียงแล้วพูดว่า “ท่านย่าไม่เห็นหรือเจ้าคะ ? คนร้ายถูกจับได้แล้ว ดังนั้นนางจึงถูกนำตัวมารับคำตัดสินจากท่านพ่อ”ฮูหยินผู้เฒ่าสับสนพลางเอ่ยว่า “เจ้าต้องการคำตัดสินจากท่านพ่อของเจ้าทำไม ? นางเป็นแค่บ่าวรับใช้ เจ้าสามารถฆ่านางได้” เฟิงจินหยวนได้บอกกับนางอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ได้ทำสิ่งนี้และเฟิง