างเท่านั้นที่จะกำจัดความอัปยศของข้าได้ แต่ข้าไม่ใช่คนโง่ เหยาซื่อไม่ใช่คนที่ต้องกลัว แต่ผู้หญิงคนนั้นคืออาเองไม่ใช่ผู้หญิงที่จัดการได้ง่ายอย่างแท้จริงนอกจากนี้นางยังได้รับการสนับสนุนจากองค์ชายเก้า”ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจด้วยความโล่งอก “มันเป็นเรื่องดีที่เจ้าเข้าใจเหตุผลนี้ ข้ากลัวว่าเจ้าสับสนและตัดสินใจที่จะลงมือกับเหยาซื่อ เจ้าไม่รู้เรื่องนี้วันนี้เมื่อเช้าที่เหยาซื่อเป็นแบบนี้ดวงตาของอาเองน่ากลัวมาก เพียงแวบเดียวก็ทำให้ข้าเหงื่อชุ่ม ถ้าเหยาซื่อกลายเป็นคนติดยาเปลี่ยนวิญญาณและเจ้าเป็นคนทำ ข้ากลัวว่าผู้หญิงคนนั้นจะฆ่าตระกูลเฟิงทั้งครอบครัว ! ”เฟิงจินหยวนเห็นว่าฮูหยินผู้เฒ่านั้นหวาดกลัวจริง ๆ เขาจึงปลอบโยนนางอย่างรวดเร็วโดยกล่าวว่า “ท่านแม่คิดมากเกินไป ไม่ว่านางจะกล้าแค่ไหน นางก็ไม่สามารถฆ่าทั้งตระกูลได้ ข้าเป็นขุนนางและฮ่องเต้เป็นผู้มอบรางวัลหรือลงโทษ เป็นไปไม่ได้ที่พระองค์จะประหารข้า แม้เฟิงหยูเองจะเรียกพระองค์ว่าเสด็จพ่อแต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางจะทำทุกอย่างได้ที่นางต้องการ หากสิ่งใดเกิดขึ้นกับเสนาบดีของราชสำนักก็จะกลายเป็นความยุ่งเหยิง นี่เป็นอาชญากรรมที่นางไม่สามารถแบกรับได้”ฮูหยินผู้เฒ่าสงบลงเมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนี้ แต่นางก็ยังถามว่า“หากเจ้าไม่ได้ทำ และใครเป็นคนทำ เป็นเฉินหยูหรือไม่ ? ”ในความเป็นจริงเฟิงจินหยวนก็สงสัยว่าเป็นเฉินหยู แต่หลังจากคิดแล้วเขาก็รู้สึกว่ามันไม่น่าเป็นไปได้