มาณ 400,000 เหรียญเงิน ! ” ฮูหยินผู้เฒ่าได้ดูแลเงินทองของคฤหาสน์มาตลอด แม้ว่านางจะมีอาการเจ็บหลังอยู่พักหนึ่งก่อนปีใหม่ นางก็กลับมาดูแลต่อได้ทันที นางอาจโง่กับเรื่องอื่น ๆ แต่นางจะไม่ทำผิดพลาดเกี่ยวกับเรื่องเงินของคฤหาสน์
ยายจาวจะรู้ได้อย่างไรว่าเกิดอะไรขึ้น นางทำได้แค่ตอบกลับฮูหยินผู้เฒ่า “นั่นคือสิ่งที่ห้องคลังแจ้งมาเจ้าค่ะ”
“หืมม ! ” ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธ นางกระแทกไม้เท้าของนางบนพื้น นางยืนขึ้น “ข้าจะไปถามเอง”
ฮูหยินผู้เฒ่าจะไปเอง ดังนั้นคนอื่น ๆ ก็ต้องไปด้วยเหมือนกัน พวกเขาตรงไปที่ห้องคลัง เมื่อมาถึงชายผู้ดูแลห้องคลังรู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะมา เขาได้นำสมุดบัญชีมารอที่ทางเข้าคลัง
“เงินกองกลางของตระกูลเฟิงได้รับการจัดการโดยท่านฮูหยินผู้เฒ่า ดังนั้นข้าจะต้องแจ้งท่านเมื่อมีคนต้องการเอาเงินจากกองกลาง อย่างไรก็ตามท่านบอกว่าเมื่อท่านใต้เท้าเฟิงมาเบิกไม่จำเป็นต้องแจ้งท่าน” ชายคนนั้นพูดอย่างชัดเจนว่า “ใต้เท้าเฟิงเริ่มมาเบิกเงินเมื่อห้าวันก่อน ครั้งแรก 10,000 เหรียญเงิน, ครั้งที่สอง 50,000 เหรียญเงิน,ครั้งที่สาม 200,000 เหรียญเงิน, ครั้งที่สี่ 200,000 เหรียญเงินเช่นกัน เมื่อรวม 4 ครั้งเข้าด้วยกัน ไม่เพียงแต่ค่าเช่าตอนสิ้นปีหมดลง แม้แต่เงินที่เก็บไว้ก่อนหน้านี้ก็ถูกนำมาใช้ตอนนี้เหลือ 120 เหรียญเงิน ไม่เพียงพอสำหรับปิ่นปักผม4 อันขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าถือสมุดบัญชีในมือของนาง และใบหน้าของนางเปลี่ยนเป