้ไม่เกี่ยวข้องกับองค์หญิงพะยะค่ะ เป็นเพราะเสนาบดีผู้นี้ทำอะไรไม่คิด ในเวลานั้นข้าแค่คิดว่าข้าต้องไม่ยอมให้องค์หญิงได้รับบาดเจ็บ แต่ข้าลืมวิธีการหลอมเหล็กของนาง”
“แต่ในท้ายที่สุดมันเป็นความผิดของคังอี้ เมื่อฮ่องเต้ได้แสดงท่าทีแล้ว ใต้เท้าเฟิงจะตอบอย่างไร”
เฟิงจินหยวนโบกมือ “ไม่เป็นไรพะยะค่ะ องค์หญิงโปรดอย่ากังวล เสนาบดีคนนี้มีแผนที่จะทำเรื่องนี้ ในความเป็นจริง…” เขาหยุดและลดเสียงของเขา อย่างไรก็ตามเขายังคงรักษาความจริงใจ “หากมีอันตรายเกิดขึ้นอีกครั้ง จินหยวนก็ยังช่วยองค์หญิงพะยะค่ะ”
จิตใจของคังอี้หวั่นไหวและแก้มของนางกลายเป็นสีแดงแม้แต่รุ่ยเจียก็มีความสุขเมื่อได้ยินสิ่งนี้ ดังนั้นนางก็เลยตัดสินใจกอดแขนของเฟิงจินหยวนโดยกระซิบว่า “ถ้าเสด็จพ่อยังมีชีวิตอยู่ เสด็จพ่อก็จะทำเช่นลุงเฟิงใช่หรือไม่เพคะ”คังอี้ขมวดคิ้ว ใครจะรู้ว่าเฟิงจินหยวนกำลังคิดอะไรอยู่ขณะที่เขายกมือขึ้นและกดบริเวณระหว่างคิ้วของนางเบาๆการนวดเบา ๆ ของเขาทำให้รอยย่นระหว่างคิ้วของนางหายไป
เฟิงหยูเองกลับไปที่คฤหาสน์เฟิงก่อนอาหารเย็น เมื่อเข้าสู่คฤหาสน์นางมุ่งตรงไปที่ห้องโถงเรือนโบตั๋น เฮ่อจงตามหลังนางรีบรายงาน “ตอนบ่ายคนจากพระราชวังนำสิ่งของมากมายมาให้คุณหนูรองขอรับ ท่านใต้เท้าสั่งให้บ่าวรับใช้ยกไปที่เรืองตงเซิงแล้วขอรับ”
“ดี” นางเดินต่อไป และพูดว่า “ข้าอยากดูเต่าหยก”
เมื่อได้ยินว่านางต้องการเห็นเต่าหยก เฮ่อจงรีบพูดว่า“มันถูกว