ับมาหลังจากครึ่งชั่วยาม พวกเขาบอกกับเฟิงหยูเอง “มีบ่าวรับใช้ 10 คนที่ถูกส่งไปแล้ว องค์หญิงคังอี้ไม่พูดอะไรมาก แต่เสนาบดีเฟิงโกรธและองค์หญิงรุ่ยเจี่ยก็โกรธเช่นกันเจ้าค่ะ แต่เราบอกว่าเพราะบ่าวรับใช้ของเฉียนโจวไม่สามารถแม้แต่จะดูแลช่วยเจ้านายให้ลงจากรถม้าได้ ทำให้เรารู้สึกไม่สบายใจ คุณหนูรองไม่ต้องการให้ผู้คนกล่าวว่าคฤหาสน์เฟิงดูแลองค์หญิงใหญ่ไม่ดี ดังนั้นคุณหนูจึงส่งคนมาช่วยด้วยความปรารถนาดีดังนั้นองค์หญิงคังอี้จึงยอมรับอย่างจริงใจ”
เฟิงหยูเองเข้าใจดีว่านางจะไม่ยอมรับมันได้อย่างไร ความอดทนของคังอี้เป็นสิ่งที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน รวมถึงรุ่ยเจีย บางทีนางอาจจะไม่ง่ายอย่างที่นางเห็นอย่างผิวเผิน
ในวันถัดไปเฟิงหยูเองตื่นเช้าเพื่อไปคารวะฮูหยินผู้เฒ่าหลังจากนางคารวะ นางก็จะไปยังตำหนักหยู
สิ่งที่นางไม่คาดคิดก็คือเมื่อนางมาถึงที่เรือนซูหยา นอกจากผู้หญิงของตระกูลเฟิงที่นั่งอยู่ที่นั่น ยังมีคังอี้และรุ่ยเจียมาด้วย นางเดินไปข้างหน้าและคำนับฮูหยินผู้เฒ่า หลังจากนั่งลงนางก็ถามด้วยความกังวล “องค์หญิงใหญ่รู้สึกดีขึ้นหรือไม่เพคะ ? เมื่อวานนี้อาเองรู้สึกเป็นห่วงมากเพคะ”
คังอี้ยิ้มและพูดว่า “ขอบคุณองค์หญิงแห่งมณฑลที่เป็นห่วงข้า ข้าดีขึ้นแล้ว เมื่อวานหิมะตกเลยทำให้พื้นลื่น ข้ารู้สึกผิดที่ทำให้องค์หญิงแห่งมณฑลเห็นอะไรที่น่าอับอายเช่นนั้น”
“เป็นเรื่องดีที่องค์หญิงใหญ่ไม่เป็นอะไรมาก อาเองจะหัวเราะเยาะองค์หญิ