คำพูดของรุ่ยเจียดึงดูดความสนใจของทุกคน ทุกคนลุกขึ้นจากที่นั่ง และเดินไปที่ทางเข้า เมื่อพวกเขาออกไปรุ่ยเจียก็ข้ามถนนไปแล้ว
ฝั่งตรงข้ามเป็นแผงขายเกี๊ยว และพวกเขาเห็นรุ่ยเจียเดินไปหาผู้ชายที่กำลังกินเกี๊ยว นางตบไหล่เขาดังๆ “พระองค์ทำแบบนี้ไม่อายบ้างหรือเพคะ ? พระองค์ไม่เคยทานเกี๊ยวหรือเพคะ ? วิ่งออกมากินเกี๊ยวข้างถนนในระหว่างการเฉลิมฉลองปีใหม่ พระองค์เป็นคนบ้านป่าเมืองเถื่อนจริง ๆ”
เฟิงหยูเองมอง และเห็นว่าองค์ชายซงซุย, หลี่คุนกำลังถือชามเกี๊ยวและทานอยู่ รุ่ยเจียตบไหล่ของเขาทำให้เขาตกใจจนเกือบขว้างชามลงพื้น
คังอี้ถอนหายใจและเดินไปพร้อม ๆ กับพูดว่า “รุ่ยเจีย เจ้าหยาบคายเกินไปแล้ว” นางจึงขอโทษหลี่คุน “เด็กคนนี้ไร้เหตุผล ฝ่าบาทโปรดอภัยด้วยเพคะ”หลี่คุนไม่ได้คิดมาก ในขณะที่เขาวางชามและยืนขึ้นเพื่อคารวะคังอี้ “ไม่เป็นอะไรพะยะค่ะ” จากนั้นเขามองที่รุ่ยเจียและถามด้วยความสับสน “องค์ชายนี้กินเกี๊ยว แล้วมันเป็นอย่างไร ? ”
รุ่ยเจียกลอกตา “ที่ซงซุยไม่มีเกี๊ยวหรือ? ไม่ว่าอย่างไรพระองค์เป็นองค์ชาย แม้ว่ามันจะเป็นข้าราชบริพาร แต่พระองค์ต้องมีศักดิ์ศรีบ้าง อย่าทำให้ซงซุยขายหน้า”
ใบหน้าของหลี่คุนกลายเป็นอัปลักษณ์เล็กน้อย คังอี้รีบพูดอีกครั้งว่า “ฝ่าบาท พระองค์อย่าถือสานางเลยเพคะ” ด้วยการพูดเช่นนี้เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้น อายุของรุ่ยเจียนั้นออกเรือนได้แล้ว ดังนั้นนางจะยังเป็นเด็กอยู่ได้อย่างไร?
แต่นางมีมารดาข