นอีกครั้ง “คราวนี้ตระกูลเฉินต้องถูกถอนรากถอนโคน ! เราต้องไม่ปล่อยให้ความหายนะอื่นเกิดขึ้นอีก ! ” หลังจากพูดอย่างนี้แล้วนางก็จ้องมองที่เฟิงจินหยวนและเตือนเขาว่า “รวมถึงเฉินชิงด้วย เจ้าต้องไม่ยกโทษให้เขา ! ”
เฟิงจินหยวนพยักหน้า “ท่านแม่ไม่ต้องกังวล แน่นอนว่าข้าจะไม่อนุญาตให้ใครทำร้ายข้าหรือทำร้ายบุตรของตระกูลเฟิง”จากนั้นรุ่ยเจียก็ผ่อนคลายขึ้นโดยพูดว่า “ลุงเฟิงเป็นบิดาที่ดีที่สุด ท่านฮูหยินผู้เฒ่าเป็นย่าที่ดีที่สุด ตระกูลเฟิงเยี่ยมมากจริง ๆ ”
ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มและพูดว่า “เช่นนั้นให้บ่าวรับใช้รีบกลับไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อเก็บข้าวของขององค์หญิง ย้ายเข้าวันนี้เลยเพคะ ! ”
รุ่ยเจียมีความสุขมากและกำลังจะพยักหน้า อย่างไรก็ตามทันใดนั้นนางก็ได้ยินจินเฉินผู้ซึ่งไม่ได้พูดอะไรเลยพูดว่า“องค์หญิงใหญ่และองค์หญิงรุ่ยเจียย้ายมาอยู่ตอนนี้บางทีมันอาจจะไม่เหมาะสมนะเจ้าคะ ? ” เมื่อเห็นทั้งฮูหยินผู้เฒ่าและเฟิงจินหยวนจ้องมองนาง “อนุผู้นี้ไม่มีความหมายอื่นใด ไม่ใช่ว่าข้าไม่ต้อนรับองค์หญิงใหญ่… ตอนนี้มีเรื่องเกิดขึ้นกับตระกูลเฉินและพวกเขาพยายามลอบสังหาร อนุผู้นี้นี้เป็นห่วงว่าตระกูลเฉินจะพยายามแก้แค้น หากองค์หญิงใหญ่ย้ายมาที่คฤหาสน์ในเวลานี้ เราจะทำอย่างไรถ้าองค์หญิงตกอยู่ในอันตราย ? ”
ได้ยินนางพูดแบบนี้มันฟังดูสมเหตุสมผลมาก ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าแสดงให้เห็นถึงความหนักใจ ในขณะที่นางเริ่มที่จะพิจารณาว่าสิ่งที่อาจเ