างไร ดังนั้นทุกคนจึงรีบกลับไปที่เรือนโบตั๋นอย่างรวดเร็ว
เฟิงจินหยวนและฮูหยินผู้เฒ่าเดินนำในขณะที่คนอื่นเดินตามพวกเขาไม่สนใจเฟิงเฉินหยูแล้ว เฟิงเฉินหยูร้องไห้คร่ำครวญอยู่บนรถม้าซักพักแล้วรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกตินอกจากคนขับรถม้าและผู้คุ้มกันทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างนอกแล้วไม่มีคนแม้แต่คนเดียวที่มาจากคฤหาสน์เฟิงเพื่อรอรับนาง
นางกำลังสับสน ตอนนี้นางได้ยินเสียงคนและดูเหมือนว่ามีบางคนเดินเข้าหาพวกเขา แล้วทุกคนจึงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยได้อย่างไร
คนขับรถม้าชำเลืองมองเฟิงเฉินหยูทางหางตาและถอยกลับอย่างรวดเร็ว เขารู้สึกว่าคุณหนูใหญ่ตระกูลเฟิงกำลังโกรธอย่างแท้จริง ไม่ว่านางจะอยู่ที่ไหนหรือเมื่อไหร่ นางสามารถรักษากลิ่นอายที่ทำให้ผู้คนกลัวที่จะมองนาง ก่อนหน้านี้นางสวยมากเขาจึงไม่กล้ามอง ตอนนี้ชิ้นเนื้อชิ้นหนึ่งหายไปจากหน้าผากของนาง ไม่มีใครสามารถทนดูได้“คนของตระกูลเฟิงอยู่ที่ไหน ? ” เฉินหยูจ้องมองคนขับรถม้าและถามเสียงดัง “พวกเขาหายไปไหนกันหมด ? ”
คนขับรถม้าก้มศีรษะลง และตอบว่า “พวกเขาทั้งหมดกลับเข้าในคฤหาสน์แล้วขอรับ”
“กลับไปที่คฤหาสน์หรือ ? ” เฟิงเฉินหยูรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง นี่หมายความว่าพวกเขาไม่สนใจหรอกหรือ ? นั่นเป็นสิ่งที่ดี “เจ้าเข้ามาในรถม้า”
“หือ ? ” คนขับรถม้าถอยกลับด้วยความกลัว “คนต่ำต้อยไม่กล้าขอรับ ! ” การเข้าไปในรถม้าของคุณหนูใหญ่เป็นสิ่งที่เขาไม่กล้าทำแม้ว่าเขาจะมีสองหัวก็ตาม