ิ่มรู้สึกเศร้าเสียใจจนน้ำตาไหล
เขามีความสัมพันธ์ที่สนิทกับวังซวนและหวงซวน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวังซวนที่ดูแลเขาเป็นพิเศษหลังจากไปที่เสี่ยวโจวนางมักจะไปเยี่ยมเขาที่สำนักศึกษา นางเป็นคนเดียวที่อยู่ที่เสี่ยวโจว และการออกจากบ้านในวัยเด็ก หากจะบอกว่าเขาไม่ได้คิดถึงบ้านก็จะเป็นเรื่องโกหก การเห็นวังซวนเป็นเหมือนการได้เห็นครอบครัวซึ่งทำให้เขารู้สึกดีมาก
เมื่อเห็นว่าเฟิงจื่อหรูร้องไห้และไม่สามารถพูดได้อีกต่อไป ฮูหยินผู้เฒ่าก็หันไปหาเฟิงหยูเองและพูดว่า “ตาเจ้าพูดแล้ว”
เฟิงหยูเองพยักหน้า “นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในด้านของจื่อหรูสำหรับเราแล้ว ม้าของเราวิ่งได้ตามปกติ แต่มันก็มีเหยี่ยวโผล่มาจากกลางอากาศ ทำให้มันตกใจ มันวิ่งเร็วมากทำให้รถม้าโยกไปมา อาเองตกรถม้าไป และเหยี่ยวเข้าไปในรถม้ามันจิกเนื้อตรงหน้าผากของพี่ใหญ่เจ้าค่ะ”
เฟิงจื่อหรูอุทาน “ข้าคิดว่าเหยี่ยวถูกคนอื่นส่งมา มันตั้งใจที่จะทำเพื่อไม่ให้พี่สาวไปรับข้า”
“อ๊ะ ! ” ฮูหยินผู้เฒ่าตกใจมากจากการฟัง จากนั้นนางก็ถามเฟิงหยูเอง “เจ้าได้รับบาดเจ็บจากการตกรถม้าหรือไม่ ? ”
“ขอบคุณท่านย่าสำหรับความห่วงใย อาเองเจ็บปวดเล็กน้อยแต่ไม่มีอาการบาดเจ็บสาหัส แต่พี่ใหญ่… ท่านย่าต้องสืบสวนเรื่องนี้นะเจ้าคะ ! ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “ข้าจะต้องสืบสอนแน่นอน กล้าที่จะทำร้ายบุตรสาวของขุนนางขั้นหนึ่งในเมืองหลวง คนแบบนี้น่าจะถูกถลกหนังทั้งเป็น ! จื่อหรูพูดถูก เหยี่ยวนั้นจะ