ังกล้าหลบนี ? ไปจับนางไว้ ! ”
อย่างไรก็ตามนายทหารสั่งห้ามเขา “เจ้ามาที่นี่เพื่อดูแลความเรียบร้อย ไม่ใช่เพื่อมาทะเลาะกัน ! ”
ข้างนอกเฟิงหยูเองและกลุ่มของนางไม่ได้ขึ้นรถม้าทันที นางพูดกับหวงซวน “ไปพาคนที่พูดเมื่อกี้ออกมา”
หวงซวนพยักหน้าและออกไป หลังจากนั้นไม่นานนายทหารก็ยืนอยู่หน้าเฟิงหยูเอง
เขาไม่รู้ว่าทำไมเด็กชายผู้นี้จึงเรียกเขามา ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ยินเสียงเด็กชายพูด แต่พวกเด็กที่ถูกไล่ที่ได้เริ่มเก็บของแล้ว
“ขอบคุณท่านมากที่ให้ความช่วยเหลือมอบทั้งที่พักให้เด็ก ๆและทำให้งานของเราสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี”
เฟิงหยูเองมองบุคคลนี้ และถามเขาด้วยคิ้วที่ขมวด “เจ้าเป็นเจ้าหน้าที่ทางการ เจ้าไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กตราบใดที่งานสำเร็จลุล่วงหรือ ?”
คนนั้นส่ายหัวอย่างรุนแรง “ไม่เลย ข้าไม่ได้รู้สึกเช่นนั้นเลยเด็กเหล่านี้น่าสงสารมากเพราะพวกเขาเป็นเด็กกำพร้าทุกคนในตอนแรกคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแต่ครอบครัวนั้นก็ย้ายออกจากเมืองหลวงด้วยเหตุผลบางอย่าง จากนั้นพวกเขาก็ขายเรือนให้กับทางการ พูดไปเด็กกำพร้าเป็นเหมือนแมวและสุนัขที่ถูกทิ้ง พวกเขาจะต้องทำงานบางอย่างเพื่อแลกกับอาหาร ข้าได้ยินมาว่าพวกเขาอดมื้อกินมื้อ”
“เจ้าสงสารพวกเขาหรือ ? ”
“ใช่” ทหารพยักหน้า แต่เขาพูดอย่างไร้ประโยชน์ “แต่จะทำอย่างไรได้นอกจากสงสาร ? มีเพียงข้าคนเดียว มันเป็นไปไม่ได้ที่ข้าจะจัดการเรื่องนี้” จากนั้นเข