องมาไปที่โรงเตี้ยมและกำลังจะออกไปข้างนอก หลังจากนำอาหารออกมา พวกเขาก็เห็นเด็กอายุประมาณห้าหรือหกขวบนั่งอยู่ข้างประตู เมื่อมองมาที่ไก่บนโต๊ะ เด็กกลืนน้ำลายด้วยความหิว
เฟิงหยูเองไม่ชอบเห็นสิ่งนี้มากที่สุด นางขอกระดาษเคลือบมันมาห่อขาไก่แล้วส่งให้หวงซวน “เอาไปให้เด็กกิน”
หวงซวนพยักหน้า เมื่อคิดเล็กน้อยนางก็ตักข้าว 1 ช้อนจากชามของนางลงบนกระดาษเคลือบมันแล้วนำไปให้เด็ก
แต่เด็กไม่ได้กินเลย แต่เด็กห่ออาหารแล้วเก็บใส่กระเป๋าแล้วก็ก้มหน้าลง และเริ่มมองไปที่โต๊ะอื่น
น่าเสียดายที่ไม่มีคนใจดีคนอื่นเลยที่จะแบ่งอาหารให้เด็กคนนั้น ความสิ้นหวังปรากฏในสายตาของเด็กคนนั้น
เฟิงหยูเองพูดกับหวงซวน “เดาสิ ทำไมเด็กคนนั้นไม่กินล่ะ ?ทำไมเด็กคนนั้นถึงเก็บอาหารไว้?”หวงซวนไตร่ตรองเล็กน้อยแล้วพูดว่า “นางคงเก็บไว้ให้ญาติเจ้าค่ะ บางทีครอบครัวของนางก็อยู่ข้างถนนเหมือนนาง นางต้องการที่จะนำอาหารกลับไปทานด้วยกัน”
“แต่นางไม่ใช่ขอทาน” เฟิงหยูเองชี้ไปที่เด็กแล้วพูดต่อ“ถึงแม้ว่าเสื้อผ้าที่นางใส่จะเก่าแล้ว ที่สวมใส่นั่นคือทั้งหมดที่พวกเขามี ดูเสื้อผ้าสีซีดลงอย่างแน่นอน แต่พวกมันถูกซักหลายครั้งจนมองเห็นได้ชัด ลองดูใบหน้าและผมของขอทานแล้วมองไปที่ใบหน้าและผมของเด็กคนนั้น ความสกปรกอยู่ที่ไหน”
จากนั้นหวงซวนจึงสังเกตเห็นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ และคิดอีกต่อไปว่า “คุณหนูพูดถูกเจ้าค่ะ ถ้านางเป็นคนสกปรกและเป็นขอทาน เจ้าของร้านคงจะไล่นางไ