าไหร่สายตาของนางก็ยิ่งดูโกรธมากยิ่งขึ้น “ลูกของฮันชิต้องไม่ถือกำเนิดขึ้นมา ! ”
ยี่หลินรู้ว่าเฉินหยูจะหันความสนใจของนางไปหาเด็กที่อยู่ในท้องของฮันชิไม่ช้าก็เร็ว โดยไม่รีบเร่งที่จะให้คำแนะนำเฉินยูนางเพียงแต่ถามว่า “คุณหนู คุณหนูคิดว่าอนุฮันจะเป็นฮูหยินใหญ่ได้หรือไม่เจ้าคะ ? ”
“หืม?” เฉินหยูมองไปที่ด้านข้างของนาง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
ยี่หลินกล่าวว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นตระกูลเฟิงก็ยังเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียง หากอนุที่มีเบื้องหลังอยู่ในหอนางโลมได้รับการเลื่อนตำแหน่งให้เป็นฮูหยินใหญ่แล้ว มันจะกลายเป็นเรื่องตลกของคนทั้งอาณาจักรหรือไม่? ท่านใต้เท้าเฟิงจะยอมให้สถานะขุนนางของเขาสั่นคลอนหรือไม่ ? ”
เฉินหยูพยักหน้า “เจ้าพูดถูก แม้ว่านางจะไม่ใช่ฮูหยินใหญ่แต่การที่นางมีบุตรชายอยู่ข้าง ๆ มันก็เหมือนหนามทิ่มแทงตา”
ยี่หลินยิ้มและพูดว่า “ไม่ว่าจะเป็นลูกชายหรือไม่ก็ตาม แม้ว่ามันจะเป็นเพียงบุตรชายของอนุ แต่ถ้าคุณหนูพบว่ามันเป็นอะไรที่น่ารังเกียจ เราสามารถคิดหาวิธีที่จะทำให้เด็กคนนั้นถือกำเนิดขึ้นมาไม่ได้”
“ไม่ต้องรีบ” เฉินหยูพูดอย่างตั้งใจว่า “ท้องของนางยังไม่ใหญ่เรายังมีเวลาอีกมากในการคิดสิ่งต่าง ๆ สำหรับเฉินชิงผู้ซึ่งอาศัยอยู่ในคฤหาสน์ เป็นเวลานานมากแล้วที่เราได้พบเขาเป็นครั้งสุดท้าย”
“นายน้อยอุทิศตนอย่างเต็มที่กับการศึกษาของเขา เขาขลุกอยู่แต่ในห้องของเขาตลอดทั้งวันเพื่อศึกษา ไม่ต้องพูดถึงคุณ