ือบมองไปที่ยี่หลิน “จัดการถุงนั้นหรือยัง ? ”
ยี่หลินพยักหน้า “คุณหนูไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ ข้าเผามันแล้วเจ้าค่ะ”
“ดี” เฉินหยูเป็นคนตัวเล็ก “ตอนแรกข้าอยากจะเก็บมันไว้ในกรณีที่ข้าสามารถใช้มันได้ ตอนนี้กับการที่เฟิงเฟินไดอยู่ในคฤหาสน์ ดูเหมือนว่าแม้ห้องของข้าก็จะไม่ปลอดภัย”
“ไม่เป็นไรถ้าสิ่งนั้นไม่ได้เก็บไว้เจ้าค่ะ” ยี่หลินยังคงปลอบโยนนางในลักษณะนี้ “บ่าวรับใช้ผู้นี้ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นอาจมีผลในอนาคต มันจะอันตรายแค่ไหน ! หากสิ่งนั้นตกอยู่ในมือของคุณหนูสี่ ทุกอย่างจะจบลง”
“ข้ารู้” เฉินหยูรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย “ถ้ามันถูกเผาไปแล้วเกิดอะไรขึ้นกับเป่ยเอ๋อ นางไม่ได้ตามเจ้าไปหรือ ? ”เมื่อพูดถึงเป่ยเอ๋อ ใบหน้าของยี่หลินก็เปลี่ยนเป็นสีซีดเล็กน้อย สูดหายใจเข้าลึก ๆ นางกัดฟันและกระซิบบอกเฉินหยู
เฉินหยูขมวดคิ้วในตอนแรก แต่จากนั้นนางก็เผยอยิ้มและพูดว่า “เจ้าทำได้ดีมาก”
ยี่หลินโล่งอกที่นางไม่ถูกลงโทษ ในที่สุดก็สงบลง นางถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ในความเป็นจริงไม่มีความจำเป็นที่คุณหนูจะโกรธ บ่าวรับใช้ผู้นี้เห็นมันจะเป็นการดีกว่าถ้าให้ทุกคนเห็นว่าคุณหนูถูกกลั่นแกล้งจากคุณหนูสี่ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดท่านใต้เท้าเฟิงจะกลับมาถึงอีกไม่กี่วัน เมื่อเห็นคุณหนูเช่นนี้ เขาจะรู้สึกเป็นทุกข์อย่างมาก”
“อะไรคือความรู้สึกเป็นทุกข์ ? ” เฉินหยูตบโต๊ะ “ฮันชิตั้งครรภ์ ถ้าท่านพ่อใส่ใจข้าจริง แล้วนั่นคืออะไร ? ” ยิ่งนางพูดมากเท่