ดงที่แตกบาดเข้าที่ใบหน้าของนางทำให้เลือดไหล
เป่ยเอ๋อเห็นว่าใบหน้าของเฟิงเฟินไดโดนแจกันบาด ไม่มีเวลาที่จะต้องกังวลเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อแย่งชิงสิ่งนี้กับเฟิงเฉินหยูและบ่าวรับใช้ของนาง เป่ยเอ๋อรีบคุกเข่าลงที่ด้านข้างของเฟิงเฟินไดและพร่ำถามนางซ้ำ ๆ ว่าเจ็บหรือไม่ ? “เอามือของเจ้าออกไป อย่าจับมัน ! ”และในเวลานี้เฟิงเฉินหยูมองไปที่ยี่หลิน ยี่หลินเข้าใจในทันทีว่าเฟินเฉินหยูหมายถึงอะไร นางหยิบถุงผ้าขึ้นมาจากพื้นและวิ่งออกไป
เฟิงเฟินไดคลั่งและผลักเป่ยเอ๋อออกไป พร้อมกับตะโกนเสียงดังว่า “ไม่ต้องห่วงข้า ! รีบตามนางไป ! ข้าว่าต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน ! ”
“แต่…”
“ไม่เป็นไร ! ไปเร็ว ! ”
เป่ยเอ๋อทำอะไรไม่ถูก นางมองไปที่เฟิงเฟินได จากนั้นนางก็วิ่งตามยี่หลินออกไป
จากนั้นเฟินเฟินไดก็ลุกขึ้นนั่งบนพื้นและจ้องมองเฟิงเฉินหยูแล้วตะโกนเสียงดัง “เจ้าต้องการฆ่าข้าใช่หรือไม่ ? ”
เฟิงเฉินหยูเห็นบาดแผลที่ใบหน้าของเฟิงเฟินได นางก็ไม่ตกใจเลย นางกลับรู้สึกมีความสุขอยู่ลึก ๆ ในใจ แต่นางกลับแสดงสีหน้ากังวลขณะที่นางถาม “น้องสี่ เจ้ากำลังทำอะไรอยู่ ? เจ้าโยนแจกันข้าแตก ข้ายังไม่โทษเจ้าแต่ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำเช่นนี้ ลุกขึ้นเร็ว ที่พื้นมันเย็น” นางพูดอย่างนี้นางไปช่วยเฟิงเฟินได
เฟิงเฟินไดตะโกน “นังบ้า ! ” ทันใดนั้นก็ลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว เลือดยังคงไหลอยู่บนแก้มของนางขณะที่ท่าทางของนางเริ่มเย็นชา “เฟิงเฉินหยู เจ้าซ่