อนอะไรไว้ในแจกันและมันถูกค้นพบโดยข้า แต่เจ้าก็ยังปฏิเสธหรือ เจ้าไม่รอดแล้ว !วันนี้ข้าจะบอกท่านย่าเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างแน่นอน ข้าจะให้ท่านย่าลงโทษเจ้า ! ”
“น้องสี่” เฟิงเฉินหยูทำท่ากังวลมาก “เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า ?ศีรษะของเจ้ากระแทกพื้นตอนที่ล้มลงไปหรือไม่? ไม่เช่นนั้นทำไมเจ้าจะพูดจาเหลวไหลเช่นนี้ได้อย่างไร ? ข้าซ่อนอะไรไว้ในแจกันตั้งแต่เมื่อใด ? มันอยู่ที่ไหน ? ”
“หยุดเสแสร้งเสียที ! ” เฟิงเฟินไดเริ่มตะโกน “เฟิงเฉินหยูเจ้าชอบเสแสร้งมาตั้งแต่เด็ก คนอื่นบอกว่าเจ้าเป็นพระโพธิสัตว์ แต่ข้ารู้ว่าเจ้ามันเป็นงูพิษ ! ”ด้วยเสียงกรีดร้องของนางอย่างนี้ บ่าวรับใช้ในเรือนไม่สามารถแสร้งทำเป็นว่าพวกเขาไม่ได้ยินมันอีกต่อไป เพราะเฟิงเฉินหยูมักจะพูดกับยี่หลินเท่านั้น บ่าวรับใช้คนอื่นไม่จำเป็นต้องดูแลนาง และพวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องนอนของนาง บ่าวรับใช้จึงทำงานอยู่ไกลจากห้องนี้ แต่ตอนนี้ห้องของเฟิงเฉินหยูเสียงดัง ดังนั้นจึงยากที่จะอธิบายหากพวกเขาไม่ได้เข้าไปในตอนนี้ ดังนั้นบ่าวรับใช้สองสามคนวิ่งเข้าไป พวกเขาเห็นเลือดบนใบหน้าของเฟิงเฟินได ขณะที่นางชี้ไปที่เฟิงเฉินหยูและด่าทออย่างรุนแรง
บ่าวรับใช้ที่เข้ามาใกล้ประตูก็โชคดีพอที่จะเห็นเฟิงเฟินไดโยนแจกันอย่างจงใจ ในเวลานั้นนางวิ่งไปซุบซิบเกี่ยวกับเรื่องนี้กับบ่าวรับใช้คนอื่น ดังนั้นนางจึงไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น ตอนนี้นางเห็นว่าเจ้านายของนางต