“จะมีเหตุผลอะไรอีกล่ะ” นางเดินไปที่เรือนซูหยาขณะพูดว่า“ข้ารู้ว่าคนอย่างเฟิงเฟินไดเป็นคนแบบไหน นางจะไม่ทำอะไรเลยหากไม่มีผลประโยชน์ นางจะมีความสามารถในการการร่ายรำได้อย่างไร คนที่ไม่มีความสามารถและไม่มีความสนใจในการร่ายรำต้องการเรียนรู้การร่ายรำ นั่นหมายถึงการร่ายรำนั้นมีผลประโยชน์ต่อนางมาก เจ้าไม่ได้ยินสิ่งที่เฮ่อจงพูดหรือ นางพยายามโน้มน้าวให้ท่านย่าตกลงให้อาจารย์สอนร่ายรำคนนั้นเข้ามาในคฤหาสน์ เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ มีเพียงการอ้างชื่อองค์ชายห้าเท่านั้นที่จะกดดันท่านย่าได้”
หวงซวนคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และรู้สึกว่าสิ่งนี้สมเหตุสมผลดังนั้นนางจึงพูดว่า “บ่าวรับใช้จะไปสืบเรื่องนี้ในภายหลังเจ้าค่ะ ก่อนหน้านี้เราอยู่ที่ค่ายทหาร และเรากังวลเกี่ยวกับการฝึกทหารหรือดูแลองค์ชายเก้า เราไม่สามารถสอบถามอะไรได้เลย”
เฟิงหยูเองยิ้มเยาะ “มันเป็นความผิดของข้าด้วย หลังจากไปที่ค่ายทหารข้าไม่สนใจเรื่องตระกูลเฟิงเลย ไปที่ตำหนักหยูด้วยเพื่อสอบถามเกี่ยวกับองค์ชายห้า นอกจากนี้สืบงานอดิเรกของนางสนมฮ่องเต้ที่ตายแล้วด้วย เป็นไปได้ว่าเฟิงเฟินไดทำตัวเหมือนดงซีที่เลียนแบบไซซี” 1
หวงซวนไม่เข้าใจความหมายของดงซีที่เลียนแบบไซซี แต่นางรู้ว่าเฟิงหยูเองต้องการรู้จักศัตรู นางจึงพยักหน้าและปฏิบัติตาม
ทั้งสองพูดคุยกันมาตลอดทางและมาถึงที่สนามหญ้าเรือนซูหยาอย่างรวดเร็ว เมื่อเข้าไปในสวน พวกเขาเห็นบรรดาบ่าวรับใช้มารวมตัวกันรอบ ๆ ค