ในที่สุดฮันชิก็ลากนางกลับเข้าไปในรถม้าก่อนที่จะตบแก้มของเฟินเฟินไดซ้ำ ๆและถามอย่างใจจดใจจ่อ “เกิดอะไรขึ้น? เจ้าได้ยินสิ่งที่ข้าพูดหรือไม่ คุณหนูสี่ ! ”
เป่ยเอ๋อยังเรียกนางออกมาจากด้านข้างขณะที่ทั้งสองสับสนกันเป็นเวลานาน เมื่อเฟินเฟินไดแสดงอาการตอบสนอง ในที่สุดนางก็ถามว่า “ผู้หญิงคนนั้นพูดมาเป็นความจริงหรือไม่? ”
ก่อนที่ฮันชิจะพูดอะไร อาจูผู้ซึ่งได้ไปสอบถามก็กลับเข้ามาในรถม้า และแก้มของนางเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง “อนุฮัน องค์ชายลี องค์ชายลี…”
“องค์ชายลีเป็นอย่างไร ? ” เฟินเฟินไดคว้าแขนของอาจูแน่น แล้วถามว่า “เจ้าได้ยินอะไรมาบ้าง”
อาจูตอบด้วยความเศร้าใจ “ตำหนักลีมีผู้หญิงมากมาย ไม่ใช่แค่นางสนม เพียงแค่นับพราชายารองก็มีมากกว่าสิบคนตอนนี้ที่ตำหนักมี 9 คนเจ้าค่ะ! คุณหนูสี่เหลือเวลาอีก 4 ปีจะถึงเวลาแต่งงาน ถ้าเรานับ 4 ปีนี้ใครจะรู้ว่าจะมีผู้หญิงอีกกี่คนที่จะถูกพาเข้าไปในตำหนัก ทุกคนบอกว่าตำหนักลีคล้ายกับหอนางโลม และองค์ชายลีเป็นเจ้าบ่าวที่เพิ่งแต่งงานใหม่ทุกคืน”
เฟินเฟินไดตกใจ นางคิดย้อนกลับไป แต่นางไม่คิดว่าตำหนักลีจะเป็นแบบนี้ นางคาดหวังอย่างเต็มที่ว่านางจะโดดเด่น แต่นางไม่เคยคิดเลยว่าการแต่งงานที่ดีครั้งนี้เป็นเรื่องตลกของเมืองหลวงทั้งหมด นางจะเอาหน้าของนางไปไว้ที่ไหน
ฮันชิไม่คิดว่าจะเป็นเช่นนี้ นางรู้สึกเสียใจกับบุตรสาวของนางดังนั้นนางจึงพูดว่า “กลับคฤหาสน์กันเถอะ เราจะให้ท่านย่ายกเลิกก