ง “ฮะถ้าที่เมืองหลวงหนาว ใครจะรู้ว่ามีกี่คนที่จะตายที่ภาคเหนือ”
คิ้วของเขากระตุกสองสามครั้งแล้วเขาก็เพิ่มความเร็ว
เมื่อเห็นเขาเดินไกลออกไป เฟิงหยูเองย้ายกลับไปที่เก้าอี้หินแล้วนั่งลง จากนั้นนางก็ตะโกนขึ้นไปในอากาศ “ออกมาได้แล้ว อย่าซ่อนอีกเลย”
หลังจากนั้นไม่นานเสียงฝีเท้าก็มาจากด้านหลังหิน
“น้องสะใภ้รู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่ ? ” คนที่มาคือองค์ชายจิง, ซวนเทียนฉี
เฟิงหยูเองหันไปมองเขาแล้วพูดว่า “ข้าแค่ตะโกนไปเฉย ๆเป็นเพียงการคาดเดาเจ้าค่ะ”ซวนเทียนฉียักไหล่และยิ้ม การพูดคุยกับองค์หญิงแห่งมณฑลนี้สนุกเสมอ เขาได้รับประสบการณ์นี้เมื่อสองสามวันก่อน เมื่อซวนเทียนหมิงพาเขาไปที่เรือนตงเซิงอย่างลับ ๆ
“น้องสะใภ้และน้องเก้าเล่นบทนี้ได้ดีมาก เจ้าทั้งสองคนทำให้ข้ายุ่งมาก เจ้ารู้หรือไม่ว่าเทพมืออัศจรรย์มาที่ตำหนักจิงกี่ครั้งแล้ว หากไม่ใช่เพราะองครักษ์เงาของข้า ข้าก็กลัวว่าหัวข้าคนนี้คงจะถูกเอาไปนับครั้งไม่ถ้วน”
“พี่ใหญ่เป็นพ่อค้า หากพระองค์ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้พระองค์จะกล้าทำธุรกิจนี้ได้อย่างไรเจ้าค่ะ” เฟิงหยูเองมองซวนเทียนฉีด้วยรอยยิ้ม “ครั้งที่แล้วองค์ชายเก้ากล่าวว่าตราบใดที่พี่ใหญ่ช่วยเราทำสิ่งนี้ เล่นจนจบโดยธรรมชาติจะไม่มีปัญหาการขาดแคลนผลประโยชน์ให้พระองค์”
“โอ้ ? ” ซวนเทียนฉีนั่งลงข้างนาง แล้วถามอย่างจริงจัง “งั้นบอกข้า ข้าจะได้อะไรจากโอกาสทางธุรกิจนี้อย่างแน่นอน”เหตุผลที่เขากล้าดำดิ่