สนมของเขาก็ไม่มีใครสามารถมีบุตรได้หากเขาไม่มีทายาทในช่วงชีวิตนี้ เขาจะร่ำรวยไปเพื่ออะไร ?เป็นไปได้ไหมว่าจะนำไปบริจาคให้กับท้องพระคลังหลังการตายของเขา?
ซวนเทียนฉีกลั้นลมหายใจของเขาเป็นเวลานานก่อนที่จะหายใจออก แต่เขาถามเฟิงหยูเองด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาว่า“เจ้าสามารถรักษาได้จริงหรือ ? ”
นางพยักหน้า “เจ้าค่ะ”
ซวนเทียนฉีไม่เคยคิดมาก่อน เขาปรบมือ “ตกลง ! ” จากนั้นเขาก็นึกถึงเรื่องสำคัญอื่น ๆ บางอย่าง “เครื่องประดับแก้วผลึก…น้องสาวยกโทษให้องค์ชายผู้นี้ด้วย แผนการนี้อีกฝ่ายจะรู้หรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองส่ายหัว แล้วพูดอย่างจริงใจว่า “ข้าไม่รู้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะไม่สงสัยเลย องค์ชายสามมีนิสัยที่ไม่ไว้วางใจใคร ดังนั้นเราจึงไม่สามารถหวังได้ว่าฉากที่เราแสดงในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาจะหลอกพระองค์ได้ ดูไปก่อนเจ้าค่ะ“
“ดีมาก องค์ชายผู้นี้จะรอข่าวจากน้องสาว” เขากล่าวว่าสิ่งนี้แล้วยืนขึ้น เขาจะกลับไปแล้ว “ข้าขอตัวเข้าไปข้างในก่อน”จากนั้นเขาก็จากไปทันที
จากนั้นหวงซวนวิ่งเหยาะ ๆ ไปข้างเฟิงหยูเอง นางกังวลเล็กน้อยขณะพูดว่า “ตอนท่านพบกับองค์ชายใหญ่นั้นปกติดีแต่เมื่อท่านพูดคุยกับองค์ชายสามนั้นทำให้ข้ารู้สึกกังวลตลอดเวลาเจ้าค่ะ”
เฟิงหยูเองหัวเราะ “เป็นไปได้หรือไม่ว่าพระองค์จะกินข้า ? ”
“คุณหนูคิดว่าพระองค์ทำไม่ได้หรือเจ้าค่ะ?” ดวงตาของหวงซวนเบิกกว้าง “เมื่อสองปีก่อนมีข่าวลือแพร่กระจายจากตำหนักเซียง องค์