้คนนี้ไม่รู้ แต่ตอนนี้อนุอันไปนอนแล้วเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าคุณหนูรองคงนอนไปแล้วเช่นกันเจ้าค่ะ”
“งั้น…เราไปดูกันดีไหม?” เมื่อคำเหล่านี้ออกมาเฟิงเซียงหรูคิดทันที “นั่นถูกต้องแล้ว เราจะไปดูกัน เหม่ยเซียง ข้าป่วยในคฤหาสน์นี้มีเพียงพี่รองเท่านั้นที่เป็นหมอ ดังนั้นข้าจะไปหาพี่รองเป็นสิ่งที่สามารถอธิบายได้ พี่รองจะยอมออกมาพบข้าหรือไม่ ? ”
เหม่ยเซียงโบกมือด้วยความกลัว “คุณหนูทำแบบนั้นไม่ได้นะเจ้าค่ะ! ไม่สามารถทำได้อย่างแน่นอน ! คุณหนูป่วยอยู่แล้วและอากาศข้างนอกก็หนาวและทางเดินก็ลื่นมาก ถ้าคุณหนูไม่สบายหรือลื่นล้มขึ้นมาจะทำอย่างไรเจ้าค่ะ หากคุณหนูอยากพบคุณหนูรอง เรารอให้พระอาทิตย์ขึ้นก่อนดีไหมเจ้าค่ะ? บ่าวรับใช้คนนี้จะติดตามคุณหนูไปอย่างแน่นอน เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ข้าจะรีบปลุกท่านตื่นทันทีเจ้าค่ะ“
แต่เฟิงเซียงหรูตัดสินใจแล้ว นางจะฟังบ่าวรับใช้ได้อย่างไรเมื่อเห็นว่าเหม่ยเซียงไม่เห็นด้วย นางจึงตัดสินใจไม่สนใจนางใส่เสื้อผ้าและเดินออกไปที่ประตู
เหม่ยเซียงไม่สามารถทำอะไรได้ นางวิ่งตามเฟิงเซียงหรูและกล่าวว่า “ถ้าคุณหนูต้องออกไปข้างนอก คุณหนูต้องบอกอนุอันก่อนเจ้าค่ะ ! ”
เฟิงเซียงหรูหันหลังกลับ และจ้องมองที่เหม่ยเซียงพูดว่า “ข้าเป็นคุณหนูสามของคฤหาสน์ เจ้าเป็นบ่าวรับใช้ที่ดูแลข้า ถ้าเจ้าไม่สามารถติดตามเจ้านายของเจ้าแล้ว แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่ข้าจะเก็บเจ้าไว้” เฟิงเซียงหรูไม่ค่อยได้ใช้น้ำเสียงแบบนี้บ่อยน