ที่ข้าทำแบบนี้กับหมิงเอ๋อ นางจะโกรธข้าหรือไม่ ? ”
ขันทีจางหยวนเข้าใจอย่างเป็นธรรมชาติว่าใครคือ ‘นาง’ ที่จักรพรรดิเอ่ยถึง ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างรวดเร็วว่า “พราชายาหยุนไม่เคยให้ความสนใจใด ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในราชสำนัก ยิ่งกว่านั้นความคิดนี้องค์ชายเก้าเป็นคนต้นคิด เขาจะต้องเล่าให้นางฟังก่อนแล้วพะยะค่ะ”
ฮ่องเต้พยักหน้าแต่เขายังคงถอนหายใจ “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่านางจะออกจากตำหนักศศิเหมันต์ด้วยความโกรธเพื่อคิดบัญชีกับเรา เช่นนั้นเราจะได้พบนางอีกครั้ง บางครั้งข้ารู้สึกว่าการโต้แย้งจะดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้อีก”
ภายในตำหนักศศิเหมันต์ ซวนเทียนฮั่วอยู่ในหอดูดาวและกำลังเล่นเพลงที่เรียกว่า “ปราศจากความกังวล” เพื่อช่วยให้พราชายาหยุนผ่อนคลาย ซวนเทียนหมิงกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้นุ่มและกัดลูกแพร์
ไม่นานหลังจากนั้นบ่าวรับใช้ในพระราชวังก็เดินไปข้างหน้าและกระซิบที่หูของซวนเทียนหมิง ซวนเทียนหมิงจึงถามว่า“เลิกว่าราชการอย่างรวดเร็ว ? ข้าคิดว่าตาแก่จะพูดจาโผงผางต่อไปพักหนึ่ง”
ซวนเทียนฮั่ว “ปราศจากความกังวล” กำลังมาถึงท่อนสำคัญเมื่อจู่ ๆ ก็มีเสียงคนพูดขึ้น ราวกับว่ามันกลายเป็นสิ่งมีค่าเพราะเสียงชัดเจนและสงบเงียบ
พราชายาหยุนลืมตาของนางและมองไปที่พี่น้องสองคนก่อนที่จะพูดเบา ๆ ว่า “ข้าไม่เจอว่าที่ลูกสะใภ้มานานแล้ว”
ซวนเทียนหมิงกัดลูกแพร์อีกแล้วตอบว่า “ตอนนี้นางซ่อนตัวอยู่ในคฤหาสน์ของนางเอง เกี๊ยวที่นางส่งม