งไรดี?” นางเดินวนเป็นวงกลมไปเรื่อย ๆ ถามหวงซวนและฉิงซวง “เจ้าสองคนเห็นปิ่นหงส์เพลิงของข้าหรือไม่ ? ”
หวงซวนส่ายหน้าของนาง “ครั้งสุดท้ายที่ข้าเห็นก็ตอนที่คุณหนูใส่ไว้ในแขนเสื้อเจ้าค่ะ” นางพูดแบบนี้ในขณะที่ช่วยเฟิงหยูเองค้นที่เสื้อของนาง นางสะบัดเสื้อคลุมที่ฉิงซวงจัดขึ้น แต่ก็ไม่มีอะไรอยู่ข้างใน หวงซวนเริ่มกังวลและจ้องมองที่ฉิงซวง “ก่อนหน้านี้เจ้าเป็นคนที่อยู่ใกล้คุณหนูมากที่สุด เจ้ายังถือเสื้อคลุมและเช็ดคราบน้ำชาด้วย ฉิงซวง เจ้าเห็นปิ่นหงส์เพลิงหรือไม่”
ใบหน้าของฉิงซวงซีดทันที สิ่งที่นางกลัวคือพวกเขาจะรู้ความลับของนาง แต่ตอนนี้ที่นางกลัวคือทุกคนเชื่อว่านางเป็นคนเอาไป แต่มันไม่ได้อยู่ที่นาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง…ซวนเทียนเย่เมื่อได้ยินว่าเฟิงหยูเองทำปิ่นหงส์เพลิงหาย ซวนเทียนเย่ทำท่าราวกับว่าเขาตกใจ แต่เขาถอนหายใจโล่งอก ก่อนที่จะพูดว่า “พราชายาข้าเพิ่งหายดี ข้าต้องขอตัวกลับแล้ว น้องเจ็ด น้องเก้า เจ้าทั้งสองจะต้องช่วยน้องสะใภ้ตามหาปิ่นหงส์เพลิงให้เจอ ปิ่นหงส์เพลิงไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับสิ่งอื่นได้ หากมันหายไปจะเป็นเรื่องใหญ่”
เมื่อได้ยินว่าซวนเทียนเย่กำลังจะกลับ เฟิงหยูเองรีบเปลี่ยนน้ำเสียงทันที “อาเองจะต้องพบปิ่นหงส์เพลิงอย่างแน่นอนข้าหวังว่าพี่สามจะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ วันนี้เสด็จพ่ออารมณ์ไม่ค่อยดี และอาเองไม่ต้องการที่จะทำให้เสด็จพ่อทรงพิโรธอีกครั้งเพคะ”
ซวนเทียนเย่พยักหน้า “แน่น