เฟิงเซียงหรูยืนขึ้นและโค้งคำนับไปในทิศทางของเสียงโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง “เซียงหรูคารวะองค์ชายเจ็ด ทรงพระเจริญเพคะ”
ซวนเทียนฮั่วเดินไปข้างหน้าและช่วยประคองนางให้ลุกขึ้นยืนจากนั้นเขาพูดด้วยน้ำเสียงปกติของเขาว่า “ลุกขึ้น ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้” เขาเห็นว่าเฟิงเซียงหรูเป็นคนขี้อายดังนั้นเขาพูดขึ้นมาว่า “เจ้ามาเพื่อสอบถามเรื่องที่พี่รองของเจ้าเข้าไปในพระราชวังหรือ ? ”
“เพค่ะ” เฟิงเซียงหรูพยักหน้า ในที่สุดนางก็รวบรวมความกล้าหาญได้มากพอที่จะเงยหน้าขึ้นมาตอบ ”พี่รองบอกว่ากำลังจะเข้ามาในพระราชวังเพื่อยอมรับผิด และขออภัยโทษสำหรับความผิดพลาดของนาง ทุกคนในตระกูลกังวลและท่านย่าขอให้เซียงหรูมาหาองค์ชาย เซียงหรูรู้ว่ามันไม่เหมาะสม แต่มันก็เป็นคำสั่งของท่านย่า ดังนั้น…. ดังนั้นหม่อมฉันจึงไม่กล้าปฏิเสธเพคะ”
“ไม่เป็นไร” ซวนเทียนฮั่วโบกมือให้นางนั่ง แล้วก็ไปนั่งยังเก้าอี้หลัก “มันไม่ถือว่าไม่เหมาะสม หมิงเอ๋อและข้าเป็นพี่น้องกัน เจ้าและอาเองก็เป็นพี่น้องกัน การมาที่นี่เพื่อสอบถามเป็นสิ่งที่ควรทำ” ซวนเทียนฮั่วไม่ค่อยพูดถึงตัวเองว่าเป็นองค์ชายต่อหน้าคนอื่นเว้นแต่เขาต้องการเตือนพวกเขาถึงจุดยืนของเขา ส่วนใหญ่เขาจะพูดราวกับพูดเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน และเขาก็มีท่าทางเยือกเย็นสงบนิ่งตลอดเวลาที่พูดคุยกับใครก็ตาม
เฟิงเซียงหรูก็สงบลงด้วยน้ำเสียงแบบสบายๆ ของเขา ไม่กระวนกระวายอีกต่อไปแล้ว ความวิตกกังวลของนางเกี่ยวกับ