มารถรักษาขาขององค์ชายเก้าได้ ฮ่องเต้จะตำหนิเจ้าหรือไม่ ? ”
เฟิงหยูเองตอบ “ต่างกันอย่างไรถ้าข้าถูกตำหนิหรือไม่ถูกตำหนิเจ้าคะ ? ท่านย่ากังวลเรื่องอาเองหรือตระกูลเฟิงเจ้าคะ ? ”
ฮูหยินผู้เฒ่าพูดไม่ออกเพราะนางไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร แต่เป็นยายจาวที่พูดแทนนาง “ท่านฮูหยินผู้เฒ่าเป็นห่วงคุณหนูรองเจ้าค่ะ ท้ายที่สุดคุณหนูรองจะต้องใช้ชีวิตร่วมกับองค์ชายเก้า”
ยายจาวหลีกเลี่ยงเรื่องร้ายแรง และพูดในหัวข้อที่เบากว่าโดยพูดถึงความสุขส่วนตัวของเฟิงหยูเอง ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้า “นั่นคือเหตุผล” นางคิดเพิ่มอีกนิด “หลังจากที่เจ้าเข้าไปในพระราชวังและได้พบกับฮ่องเต้ เจ้าต้องพูดความจริงและหากฮ่องเต้ทรงสนพระทัยเรื่องขาขององค์ชายเก้ามาก ก็อย่าพูดมากเกินไป ครั้งต่อไปจะมีโอกาสอีกครั้ง ในเวลานั้นตั้งใจรักษามัน หากนั่นไม่ดี… ส่งจดหมายถึงหวงโจว ลองถามหมอเหยาเพื่อดูว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง อาเอง เจ้าต้องจำไว้ ตอนนี้เจ้าเป็นบุตรสาวของฮูหยินใหญ่ตระกูลเฟิงเมื่อเจ้าก้าวหน้า ตระกูลเฟิงก็พลอยมีหน้ามีตาไปด้วย เมื่อเจ้าตกต่ำตระกูลเฟิงก็ตกต่ำด้วยเช่นกัน!”
“อาเองเข้าใจเจ้าค่ะ” นางไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม ฮูหยินผู้เฒ่าบอกจุดยืนของตัวเองอย่างชัดเจนแล้ว ไม่ว่าอย่างไรตระกูลเฟิงจะต้องไม่ล้มและมันจะต้องไม่รับเคราะเพราะเรื่องระหว่างนางกับองค์ชายเก้า
หลังจากเฟิงหยูเองออกจากเรือนซูหยาไปแล้ว จิตใจของฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังวุ่นวาย แม้ว่าเฟิงเฉินห