ปัง
ไม้เท้าของฮูหยินผู้เฒ่าตกลงพื้น
เฟิงเฉินหยูถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพูดว่า “ข้าบอกแล้วว่าน้องรองไม่ใช่คนแบบนั้น”
“มัน…มันเป็นพระประสงค์ของฝ่าบาท ? ” ฮูหยินผู้เฒ่าสับสนเมื่อนางจ้องมองนางกำนัลอาวุโสโจว
เฟิงเฟินไดสับสนและพูดอย่างไม่รู้ตัวว่า “เป็นเช่นนั้นได้อย่างไร”
“หืม ? ” นางกำนัลอาวุโสโจวมองนางด้วยสายตาเย็นชา“คุณหนูสี่ คำพูดเหล่านั้นแปลว่าอะไร ? เป็นไปได้หรือไม่ที่เจ้าเชื่อมั่นว่ามันจะดีที่สุดถ้าเป็นอย่างที่เจ้าพูด ? ฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูของคฤหาสน์เจ้าเฟิงมีจิตใจเช่นใดกัน”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่รู้ว่าจิตใจเฟิงเฟินไดนั้นเป็นเช่นไร แม้ว่านางจะรู้ แต่นางก็ไม่กล้าเอ่ยกับนางกำนัลอาวุโสโจว ดังนั้นนางจึงได้แต่พร่ำขออภัย “มันเป็นความเข้าใจผิดเจ้าค่ะ ได้โปรดยกโทษให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ!” ในขณะที่นางพูดเรื่องนี้นางจ้องมองเฟิงเฟินได “ทำไมเจ้ายังไม่ขออภัยโทษจากนางกำนัลอาวุโสโจวอีก ! ”
เฟิงเฟินไดตระหนักแล้วว่านางกลัวที่จะถูกผู้อื่นจัดการ แต่นางไม่รู้ว่าใครจะไปสนใจสิ่งนั้น เฟิงหยูเองปฏิบัติต่อนางเสมอในฐานะที่นางเป็นเด็กเล็กที่ไร้เหตุผล เป็นตัวของนางเองที่ขาดความสามารถในการวิเคราะห์ขั้นพื้นฐานที่สุด แต่นางก็ยังมีใจที่อิจฉาและรักที่จะสร้างปัญหา เพียงเพราะสิ่งนี้ทำให้เกิดสถานการณ์ที่สับสน
นางคำนับนางกำนัลอาวุโสโจว “เฟินไดผิดไปแล้วเจ้าค่ะ เป็นเฟินไดที่สร้างปัญหาให้กับพี่รอง” แต่ใจของนางยังไม่ต้องการที่จะยอม