องค์ชายเจ็ดเพคะ”
ซวนเทียนฮั่วเงยหน้าขึ้น ใบหน้าของเขายังคงมีรอยยิ้มตามปกติ “นางกำนัลอาวุโสโจวไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้”
เหยาซื่อก็เดินไปข้างหน้าเพื่อคารวะ แต่นางกำนัลอาวุโสโจวยื่นมือออกไป “ฮูหยินไม่จำเป็นต้องทำเจ้าค่ะ ท่านและข้าต่างเป็นฮูหยินขั้นหนึ่ง ข้าไม่อาจรับการคารวะจากท่านได้”
“นางกำนัลอาวุโสโจวนั้นถ่อมตัวเกินไป ตอนที่ท่านพ่อยังอยู่ในเมืองหลวง เขามักจะพูดถึงนางกำนัลอาวุโสโจวบ่อย ๆเชียนหรูเป็นผู้เยาว์ ดังนั้นท่านสมควรได้รับการคารวะเจ้าค่ะ” เหยาซื่อไม่ได้ใส่ใจเรื่องการขัดขวางและทำการคำนับเรื่องนี้ทำให้นางกำนัลอาวุโสโจวไม่อาจทัดทานได้
“เป็นเวลาหลายปีแล้วที่ข้าไม่เห็นหมอเหย้า” เมื่อกล่าวถึงเหยาเซียน นางกำนัลอาวุโสโจวถอนหายใจ
ซวนเทียนฮั่วขัดจังหวะและกล่าวว่า “นางกำนัลอาวุโสโจวมาถึงในเวลาที่เหมาะสม น้องสะใภ้รักษาอาการบาดเจ็บที่ขาของหมิงเอ๋อ และบอกว่าจะใช้เวลา 7 วัน วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว นั่งรอซักครู่ ไม่นานพวกเขาคงจะออกมา”
นางกำนัลอาวุโสโจวพยักหน้า “เพคะ” จากนั้นนางก็นั่งลงตรงข้ามจากซวนเทียนฮั่วด้วยความช่วยเหลือจากเหยาซื่อ
ฮูหยินผู้เฒ่ายังคงนั่งอยู่บนแคร่ของนางและไม่มีใครคำนับนางเลย เหยาซื่อไม่แม้แต่จะคำนับนาง หรือพูดกับนางเหยาซื่อสนใจแต่นางกำนัลอาวุโสโจว แต่ทิ้งนางให้อับอายอยู่ด้านข้าง
นางรู้สึกโกรธเล็กน้อย แต่เมื่อนางคิดอีกที เหยาซื่อไม่มีความสัมพันธ์กับตระกูลเฟิงอีกต่อไป นางยังเ