างรุนแรง และพูดเสียงดังว่า “คุกเข่า !”
เฟินไดทิ้งตัวคุกเข่าลง แต่นางก็ยังพูดเกี่ยวกับเรื่องที่เรือนตงเซิง “ท่านย่า เฟินไดกำลังทำสิ่งนี้เพื่อรักษาผลประโยชน์ของพี่รอง ถ้าคนนอกบอกเรื่องนี้กับตำหนักหยู เรื่องนี้จะต่างออกไป ! ”
นางกำนัลอาวุโสโจวจ้องมองคุณหนูสี่ของตระกูลเฟิงด้วยความรังเกียจที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนหน้านี้นางเพิ่งรู้เรื่องความวุ่นวายของอนุ และนางเคยได้ยินว่าคุณหนูใหญ่ไม่ใช่คนที่จัดการได้ง่าย ตอนนี้นางเห็นว่าคฤหาสน์เฟิงเป็นถ้ำของหมาป่าจริง ๆ แม้แต่เด็กหญิงอายุสิบขวบก็เก่งในการวางแผน ว่าที่พราชายาต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากจริงๆ!
“ฮูหยินผู้เฒ่า เจ้าพูดเรื่องอะไรกันแน่ ? เจ้าช่วยแก้ไขความสับสนของข้าได้หรือไม่? ดูเหมือนว่ามันจะเกี่ยวข้องกับว่าที่พราชายาของเราหรือไม่ ? ”
“นี่…” เมื่อได้ยินนางกำนัลอาวุโสโจวเริ่มตั้งคำถาม ฮูหยินผู้เฒ่าไม่รู้จะตอบอย่างไร
แต่กลับเป็นเฟิงเฟินไดที่ตอบ “เรื่องที่ข้าบอกท่านตอนที่อยู่หน้าตำหนักหยูเจ้าค่ะ! พี่รองและองค์ชายเจ็ดอยู่ด้วยกันในเรือนตงเซิงหลายวันแล้ว และฝ่าบาทไม่ได้ออกมาเจ้าค่ะ”
“เฟินได!” หัวใจของฮูหยินผู้เฒ่าสั่น ผู้หญิงคนนี้กล้าจริง ๆ ที่นางนำเรื่องนี้ไปรายงานที่ตำหนักหยู นางพบว่าคฤหาสน์เฟิงสงบสุขเกินไปและนางต้องการสร้างปัญหาเช่นนั้นหรือ ?“หยุดพูดเหลวไหลได้แล้ว ! ”
“มันไม่ใช่เรื่องเหลวไหลเจ้าค่ะ ! ” เฟิงเฟินไดยืนยันเรื่องนี้อย่างแน่วแน