ไม่ค่อยดีนัก
ตามคำพูดของพี่น้องทั้งสอง ผู้เฒ่าหลัวมักจะไม่ค่อยมีสติสัมปชัญญะเวลาอยู่บ้าน
ดังนั้น หานชิงอวี่และอิงชื่อจ้งจึงพูดถึงปัญหาของผู้เฒ่าหลัวอย่างตรงไปตรงมา
หลังจากตรวจดูคร่าว ๆ แล้ว หานชิงอวี่ก็ถอนหายใจเบา ๆ และพูดกับหลัวอี้ว่า
“ตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มันเป็นไปตามที่เพื่อนร่วมงานของเราเคยพูดไว้จริง ๆ”
“ถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะเริ่มผ่าตัดภายในหนึ่งหรือสองเดือนนี้”
เมื่อได้ยินคำพูดของ หานชิงอวี่ หลัวอี้ก็ตื่นตัวทันที
เขามองหน้าหานชิงอวี่ แล้วพูดด้วยความไม่อยากเชื่อว่า
“เมื่อครู่คุณไม่ได้พูดแบบนี้นี่ คุณบอกชัดเจนว่ายังมีโอกาสฟื้นตัวได้อยู่!”
“ก็เพราะแบบนี้ไง ผมถึงได้ให้คุณเข้ามา!”
หานชิงอวี่มองหลัวอี้ที่กำลังตะโกนเสียงดังอยู่ แล้วพูดต่อว่า
“ผมไม่เคยพูดแบบนั้นเลย ผมแค่บอกว่าจะเข้ามาดูอาการของผู้เฒ่าหลัว”
“ถ้าอาการของเขามีปัญหาจริง ๆ ผมก็ต้องแนะนำให้พวกคุณผ่าตัดอยู่แล้ว”
ครั้งนี้ แม้แต่หลัวต้าเฉิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็มีแววตาหม่นหมองลง
เมื่อเห็นแววตาของหลัวต้าเฉิง หานชิงอวี่และอิงชื่อจ้ง ต่างก็เลือกที่จะเงียบในตอนนี้
ในสถานการณ์แบบนี้ บางอย่างพวกเขาก็ต้องยอมรับมันด้วยตัวเอง การโกหก มอบความหวังลม ๆ แล้ง ๆ ให้พวกเขา มันเป็นบาปที่ร้ายแรงยิ่งกว่า
จนในที่สุด แม้แต่หลัวต้าเฉิงก็เอ่ยปากพูดโน้มน้าวหลัวอี้ว่า
“น้องชาย พวกเรา… พวกเราก็เอาเงินของพ่อออกมาให้หมดเถอะ”
“เดิมทีพ่อเก็บเงินพวกน