าอย่างนั้นพี่รองไม่กังวลหรอกหรือ? องค์ชายเก้าจิตใจโลเล บางทีพระองค์อาจจะลืมพี่รองไปนานแล้ว มิเช่นนั้นพระองค์จะจากไปได้อย่างไรและไม่มาหาพี่รองเลย”เฟิงหยูเองมองเฟิงเฟินไดด้วยการเยาะเย้ย เด็กคนนี้คงรู้สึกไม่สบายใจหากนางไม่ได้สร้างปัญหา“ไม่ว่าพระองค์จะลืมข้าหรือไม่ มันเกี่ยวข้องกับเจ้าอย่างไร ?” เฟิงหยูเองหยิบโคมไฟเล็ก ๆ จากแผงลอยและเริ่มเล่นกับมัน “ดูโคมไฟนี้” นางพูดแบบนี้ขณะยื่นเงิน 3 เหรียญเงินจ่ายเงินให้คนขายก่อนจะพูดต่อว่า “ตอนนี้มันเป็นของข้า แต่เจ้าต้องกังวลด้วยหรือว่าข้าจะจุดมันหรือไม่ ? แม้ว่าข้าจะไม่เอาและทิ้งไว้ที่นั่น เจ้าก็ไม่สามารถนำมันไปได้”“เจ้า…” เฟิงเฟินไดไม่รู้จะตอบโต้นางเช่นไร นางจ้องมองไปที่โคมไฟด้วยความลังเลและความโลภ “เฟิงเฟินไดไม่สามารถแข่งขันกับพี่รอง แต่เฟิงเฟินไดเตือนพี่รองด้วยความหวังดี แม้ว่าองค์ชายเก้าจะหมั้นกับพี่รอง อีกไม่กี่ปีก่อนที่พี่รองจะแต่งงาน พี่รองควรจะจับเขาให้มั่น หากมีบางสิ่งเกิดขึ้นนั่นจะเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่”เฟิงเองยิ้ม รอยยิ้มนี้เหมือนดอกไม้ รอยยิ้มนี้เป็นเหมือนพระอาทิตย์ขึ้นในฤดูหนาวและตรงไปที่เฟิงเฟินไดเฟิงเฟินไดสงสัยว่าคนผู้นี้กลายเป็นคนงี่เง่าหรือไม่ ในเวลานี้นางได้ยินเสียงมาจากด้านหลังทำให้นางวิงเวียนด้วยความกลัว “ใครบอกว่าองค์ชายผู้นี้จิตใจโลเล ? ”