องตนเอง“หืม ว่าอย่างไรหรือจินเออร์ จะอ้อนอันใดกันบิดากัน” ได้ยินเช่นนั้นจึงหันไปมองบุตรสาวคนโตของตนเองอย่างรู้ทัน“ข้าเปล่าอ้อนนะเจ้าคะ ข้าโตแล้ว มิใช่เด็กเล็กๆฮึ” ใบหน้างามเอ่ยออกมา เมื่อเห็นว่าบิดามิได้ใส่ใจในประโยคนั้นของตนเอง‘ข้าอุตส่าห์กลั้นหายใจเข้าถึงสามเฮือก เหอะ!’“ฮ่า ๆ เอาเถิด ไหนจินเออร์ของแม่ ต้องการอันใดหืม” เมื่อเห็นว่าบุตรสาวและบิดาคู่นี้ มิเข้าใจกันเสียทีเปั่ยฮูหยินจึงเป็นฝั่ายออกหน้าเอง“ลูก…ลูกต้องการไปท่องเที่ยวหาประสบการณ์เจ้าค่ะ” หลังจากเอ่ยจบ นางก็หลับตาและกลั้นหายใจอีกรอบ“อย่างไรนะจินเออร์ บิดามิเข้าใจ” นายท่านเปั่ยชะงักไปทันทีกระทั่งเปั่ยฮูหยินเองก็นิ่งเงียบไปเช่นกัน ทั้งคู่กำลังรอฟังคำตอบของบุตรสาวชัดๆ อีกครั้งตาสบตา เป็นสัญญาณบ่งบอกให้อีกฝั่ายรู้ว่า กำลังจริงจังมากเพียงใดในตอนแรกนั้นจินเออร์คิดเพียงว่า มิต้องกล่าวความจริงออกไปเสียทั้งหมดก็ได้เพียงแต่หากคิดไปคิดมาแล้วนั้น การกล่าวความจริงออกไปย่อมดีกว่าที่สุด นางมิควรละเลยความรักและความห่วงใยจากคนในครอบครัว“ลูกอยากไปต่างแคว้นเจ้าค่ะ” เปั่ยจินเอ่ยความจริงออกไป“เหตุผลล่ะ เหตุผลของเจ้า บิดามิเข้าใจนัก หากแต่เจ้ามักจะกล่าวเสมอว่า หากเราคิดว่าผู้ใดกระทำผิด ให้ถามหาเหตุผลทุกครั้ง เพราะมิมีผู้ใดกระทำการสิ่งใดลงไปโดยไร้เหตุผล ใช่หรือไม่”นายท่านเปั่ย ย่อมจำสิ่งที่บุตรสาวกล่าวได้ดี“ยังคงเป็นบิดาของข้า ดีที่สุดเจ้าค่ะ อ