ูมิได้ผู้ใดย่อมรู้ คุณชายจ้าวจินหยางรักสะอาดเป็นที่สุดกระทั่งเวลาทานข้าวยังมิยอมให้เปือนชุดตอนอายุได้หนึ่งหนาวถึงกับมิยอมกิน ด้วยเปั่ยฮูหยินอยากให้บุตรทั้งสามตักกินเองเช่นพี่สาว แต่คุณชายน้องจ้าวจินหยางกลับมิยอมยกตะเกียบขึ้นมาในมื้อนั้นเพราะกลัวเปือน เดือนร้อนให้แม่นมคนสนิทต้องเป็นฝั่ายปั้อนอยู่เช่นนั้นจนฝั่ามือเล็กแข็งแรงดีแล้ว จึงยอมทานเองต่างกับแฝดน้องอีกสองคน อย่างจ้าวจินเซี่ย และจ้าวจินเซียง ที่แต่ละวันเปลี่ยนชุดมิต่ำกว่าสามรอบนายท่านเปั่ยจึงปรึกษากับฮูหยินของตนว่า หากพวกเขามิได้ออกไปด้านนอกก็ให้เปลี่ยนเป็นชุดผ้าฝั่ายสีหม่น ไม่ว่าจะสกปรกเช่นไร ก็ค่อยเปลี่ยนทีเดียว ก่อนรับอาหารมื้อเที่ยงและมื้อเย็นกระนั้นพวกเขาเอง ต่างก็มีสิ่งที่รักยิ่งเช่นกันก้นน้อยๆ นั้นอย่างไร รักยิ่งเมื่อไปก่อเรื่องมา“พึ่บ”ว่านโซ่จู๋ร์ (ดอกดาวเรือง) ดอกงามก็ลอยตามลมแล้วมาแปะลงยังบ่าน้อยๆ ของจ้าวจินหยางอย่างเหมาะเจาะใบหน้าเล็กแดงก่ำ ราวกับโมโหจนตัวจะสั่น จนข้ารับใช้มิกล้าเข้าไป ด้วยเกรงโทสะจากเด็กน้อยวัยสองขวบหนาวผู้นี้จะปะทุใส่แม้ผู้เป็นบิดา มารดาและพี่สาวเอง ต่างก็หันไปมองเหตุการณ์นั้นเช่นกัน ไม่ได้กลัวว่าอีกฝั่ายจะอาละวาดเพียงอยากเห็นจ้าวจินหยางจะจัดการเช่นไรต่างหากเด็กน้อยค่อยๆ สาวเท้าไปใกล้ๆ น้องทั้งสอง เด็กน้อยเองเมื่อเห็นว่าพี่ชายกำลังเดินเข้ามาหาพวกตนด้วยแววตานิ่ง ไม่สะท้อนสิ่งใดใบหน้าเปือนรอยยิ้ม