ดหึย
“ท่านพี่ นั้นก็หลานรักท่าน ส่วนนี่ก็บุตรชายข้านะเจ้าค่ะ” ฮูหยินผู้เฒ่าอดที่จะตีไปที่หลังมือของนายท่านซีไม่ได้
“โธ่ ฮูหยินน” เรียกได้ว่าน้ำเสียงและท่าทางในตอนนี้นั้น ในสายตาของบุตรหลานมิได้ต่างไปจากตอนที่ทั้งสองยังมิแก่ชราเลยทีเดียวเชียว
แม้นตอนนี้ทั้งสองคนจะมีอายุเกินครึ่งหนึ่งของชีวิตแล้วก็ตาม แต่ด้วยเป็นตระกูลที่มีพลังปราณมาแต่กำเนิด จึงช่วยคงความเยาว์วัยของทั้งสองไว้ได้เหมือนคนอายุราวสี่สิบต้นๆ ก็มิปาน
เมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องอันใดแล้วทุกคนจึงได้แยกย้ายกันไป เหลือทิ้งไว้ก็เพียงแต่ผู้เฒ่าทั้งสองที่นั่งสวีทหวานกันต่อไป
ถัดมาที่วังหลวง สภาพในห้องทรงงานมิต่างกันเท่าใดหนัก เนื่องจากในตอนนี้ฮองเต้ก็กำลังเกรี้ยวกราดไม่แพ้กัน เรียกความตกใจและขำขันให้กับพระสนมเย่วที่นั่งฝนหมึกอยู่ข้างๆ กันมิน้อย
“พระสนม เจ้าพวกบุตรชายตัวดีของเจ้าเหตุใดถึงยังมิกลับมาเสียที” หึ ทั้งๆ ที่องครักษ์ข้าก็กลับมารายงานเกือบสัปดาห์แล้ว
“ฮ่องเต้ ใจเย็นๆ เถิดเพคะ” พระสนมเย่ว เมื่อเห็นดังนั้น ก็มิได้แปลกใจอันใดในคำถามของคนเหนือหัวตรงหน้า ทำเพียงสะบัดข้อมือคลายความเมื่อยล้าเบาๆแล้วเปลี่ยนท่า เพื่อฝนหมึกต่อไปอย่างช้าๆ
“ไม่ เรารอไม่ไหวแล้วน้องหญิง” เมื่อเห็นว่าพระสนมที่รัก มิสนใจใยดี จึงลงมานั่งข้างๆ และเอ่ยออกมา
“เช่นนั้นพระองค์จะทำเช่นไรเพคะ” พระสนมเย่วที่กำลังตั้งใจฝนหมึก จึงละมืออกมาแล้วถามสวามีตนเองออกไปยิ้มๆ
“