ญ่ด้านหลังจึงเผลอลืมตัวไป
“มิเป็นอันใดเจ้าค่ะ เพียงแค่ท่านยอมรับผิดก็เพียงพอแล้ว” เปั่ยจินที่เห็นว่าทหารชั้นผู้มิได้ทั้งใจจึงมิได้ติดใจอันใดต่อไปอีก
“แฮร่ๆ พี่หยาง ข้าขอโทษเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อครู่ข้าคิดอันใดเพลินไปหน่วยจึงได้เผลอตัวไป อีกทั้งตัวข้ามีพลังปราณห่อหุ้มไว้เสมอ มิเป็นอันใดแน่นอน”
“ขอรับ” หยางคงเอ่ยออกไป
หลังจากนั้นไม่นานพี่ชายทั้งสามของเปั่ยจินก็ได้กรูกันเข้ามา เมื่อเห็นว่าน้องของตนหยุดอยู่ข้างๆ ทหารชั้นผู้น้อยคนหนึ่ง
“จินเออร์ น้องเป็นเช่นไรบ้าง เกิดอันใดขึ้น มีเรื่องอันใดบอกพี่มา” องค์ชายแปดที่เข้ามาแล้วหมุนตัวจินเออร์ทันที เพื่อสำรวจว่าน้องน้อยของตนเองได้รับบาดเจ็บหรือไม่
“นั้นสิ พี่ดูแลเจ้าไม่ดีเสียเลย”กู้หมิงซื่อเอ่ยสำทับออกมาอย่างคนที่รู้สึกผิด
“แล้วเกิดเหตุใด ทำไมผู้คนมากมายเช่นนี้กัน” องค์ชายห้าที่เริ่มจับสังเกตได้ว่า เหตุใดปราชาชนถึงได้มายืมห้อมล้อมถนนกันเช่นนี้ เอ่ยถามออกมา พร้อมกับหางคิ้วขวาที่เริ่มกระตุกเบาๆ
และเพียงไม่นาน ทั้งสี่คนก็ได้รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น เมื่อขบวนรถม้าที่กำลังจะผ่านมา ได้หยุดลง