ดีตกลับค่อยๆ มีเพิ่มขึ้นมา ถึงกับทำตัวไม่ถูกเลยทีเดียว
“ว้าววว ข้าก็เป็นญาติกับท่านงั้นหรือเจ้าค่ะพี่กู้ แต่ยังไงสัญญาซื้อขายระหว่างเรายังเป็นการค้าเช่นเดิมนะเจ้าค่ะ ฮ่าๆ”เปั่ยจินที่พอจะทราบความเป็นมาเป็นไปของเรื่องราวบ้างแล้วนั้น จึงแกล้งเอ่ยเย้าออกมา เพื่อกลบความกังวลในจิตใจของทุกคนออกไป
“เจ้าเด็กคนนี้ ฮ่าๆ ดีๆ หลังจากนี้ข้าจะพาเจ้าไปเจอท่านปูั่ท่านย่าของเจ้า” กู้หมิงซื่อเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเปือนยิ้ม
“เจ้าค่า แต่เอ๊ะ เหตุใดท่านถึงสกุลกู้เล่าเจ้าค่ะ”ลืมไปเสียสนิทเลยนะเรา
“นามสกุลฝังมารดาข้าเองขอรับทุกคน หากออกนอกตระกูลแล้วข้าจะใช้นามสกุลกู้เป็นหลักขอรับ” เมื่อคลายข้อสงสัยลงได้แล้วทุกคนจึงกลับมาที่ฝังของราชวงศ์ต่อ
“เช่นนั้นรบกวนหลินเหมยฮูหยินแล้วขอรับ” องค์ชายห้าเกล่าวออกมาเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาจนเกินไป อีกทั้งตนเองยังมั่นใจลึกๆ ว่าหลินเหมยฮูหยิน คือท่านอาหญิงที่สูญหายของตนเองไปจริงๆ จึงอยากจะรีบพิสูจน์แล้วดีใจเช่น กู้หมิงซื่อบ้าง
“เจ้าค่ะ” หลินเหมยฮูหยินตอบกลับออกมาเบาๆอย่างหวั่นใจเล็กน้อย แม้จะเชื่อว่าท่านพ่อท่านแม่ของตนเองเล่ามาเมื่ออดีตคือเรื่องจริงก็ตาม แต่หากผลไม่เป็นดังหวัง นางเองก็กลัวว่าทุกคนและตนเองจะเสียใจจริงๆและเช่นเดียวกันใช้เวลาในการเริ่มไม่นานก็ปรากฏแสงสีเหลืองทองหมุนวนร่วมไปกับเกลียวคลื่นสีเลือดอันเป็นสัญลักษณ์ของเชื้อสายราชวงศ์ เรียกความตกตะลึงอีกรอบให้กับฝั