ุ่งนี้ท่านก็เข้าเมืองกับข้า ข้าจะไปตามหาคนมาเป็นหน่วยราตรีกาลสอง รุ่นน้องของพวกท่าน อิอิ”
“ขอรับ”
“เช่นนั้นทุกท่าน เตรียมพร้อมไว้นะเจ้าค่ะ อ่อ อย่าลืมนะเจ้าค่ะ เรื่องของระดับพลัง”
“ขอรับ พวกข้าจะไม่ทำให้คุณหนูผิดหวัง”
“เช่นนั้นแยกย้ายก็ได้เจ้าค่ะ ข้าคงต้องรีบกลับแล้วเช่นกัน เดี๋ยวท่านพ่อท่านแม่ถามหา”“ขอรับ”
หลังจากนั้นเปั่ยจินและหยางคงก็ตรงกลับบ้าน
วันเวลาผ่านไปถึง อีกหลายกาลหมุนผ่าน ตอนนี้เหล่าหน่วยราตรกลานรุ่นแรกต่าง บรรลุระดับพลังขั้นสีเขียวขั้นสูงกันทั้งสิ้น สองร้อยยี่สิบคน ไม่เว้นแม้กระทั้งฝังของเหล่าสตรี
ในตอนนี้นั้นเรียกได้ว่ากองทัพของราชวงศ์ ก็มิอาจเอาชนะหน่วยราตรีกาลของเปั่ยจินได้ ความสามารถของหน่วยราตรีกาลหนึ่งคน สามารถต้านทานฝั่ายตรงข้ามได้ถึงหนึ่งหมื่นห้าพันคนเลยทีเดียว
หากพูดให้บุคคลทั่วไปฟังอาจจะไม่เชื่อ แต่หากมองว่าความสามารถด้านการฝึกพลังปราณนั้น ใช่ว่าทุกคนจะสามารถฝึกฝนได้ และหากฝึกฝนแล้วทรัพยากรที่ใช้ในการฝึกฝนนั้น ยิ่งมีค่ามากกว่าสิ่งอื่นใด
เรียกได้ว่าชนชั้นของคนมีพลังและผู้ปรุงโอสถนั้นเป็นรองเพียงแค่ผู้สืบทอดราชบัลลังค์เพียงเท่านั้น แต่หากอยู่ตรงข้ามกับราชวงศ์ ก็มิอาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้น…
“ท่านพ่อเจ้าค่ะ ข้ากับหยางคงขอไปเดินเล่นที่ตลาดนะเจ้าค่ะ” เปั่ยจินเอ่ยขึ้นมา
“อืมม ไปซนหรอเปล่า” ซานหลงเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสารตรงหน้า ล้วนเป็นบัญชีของร้านทั้งสิ้น
“ข