นเหล่านั้นต่างมาโม้ให้กับตงหลินฟังนั้นเอง จึงเป็นสาเหตุให้บทสนทนาระหว่างมื้ออาหารบทนี้เกิดขึ้น
“ข้าต้องไปหรือเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่” จินเออร์ที่เห็นว่าแววตาของท่านตามีความมุ่งมั่นเกินไปที่จะเอ่ยขัดได้นั้น จึงหันไปมองทางด้านท่านพ่อท่านแม่ เพื่อขอความเห็นใจแทน“ท่านน่าจะไปเรียนนะ” จินหลงเอ่ยออกมาพร้อมด้วยแววตาเจ้าเล่ห์
“เรื่องสิ เจ้านั่งแทะผลไม้เงียบๆ ไปเลยเจ้ากระต่ายบ้า หึย” จินเออร์เอ่ยออกมาเพียงแต่จะติดที่น้ำเสียงออกจะกัดฟันและเบามาก เป็นเสียงกระซิบที่รู้กันอยู่สองคน
“พ่อแล้วแต่เจ้านะจินเออร์” ท่านพ่อเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจ ว่าจินเออร์นั้นมีความเป็นผู้ใหญ่มากกว่าที่เห็น เรื่องจะเรียนนั้นคงแล้วแต่บุตรสาวของตนจริงๆ
“แต่แม่เห็นด้วยกับท่านตานะจินเออร์” ท่านแม่ของจินเออร์เอ่ยออกมา เพียงแต่ในความคิดของนางนั้นบุตรสาวมีความเป็นผู้ใหญ่ก็จริงอยู่ แต่ในเรื่องของการศึกษานั้น นางอยากให้บุตรสาวได้ร่ำเรียนในเรื่องศาสตร์และศิลปของหญิงสาวชนชั้นสูง ที่ควรรู้เป็นความรู้ประดับติดตัวไว้บ้าง แต่หากบุตรสาวไม่สนใจจริงๆ นางเองก็ไม่บังคับ
“ท่านยายเจ้าขาาาาาาา” จินเออร์ที่เห็นว่าคงจะไม่มีใครช่วยนางได้แล้วในเรื่องนี้ จึงหันไปอ้อนท่านยายพร้อมกับเอาตัวไปซบ เงยหน้าขึ้นมองท่านยายของตนเองอย่างอ้อนๆ
“ยายจะไม่บังคับเจ้าหรอก แต่การมีความรู้อื่นนอกเหนือจากสิ่งที่เจ้าทำอยู่ก็ดีไม่ใช่หรือ” ท่านยายเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอบอุ