ือขอรับ” ท่านตาและท่านพ่ออุทานออกมาพร้อมกัน ทั้งหมดทำสีหน้ากังวลใจออกมาเมื่อความลับของจินเออร์ดูเหมือนจะไม่ลับอีกต่อไปแล้ว“หืมม ไปเถอะ ไปคุยกันด้านในเถิด เรื่องนี้น่าจะยาว” เมื่อเห็นว่าเรื่องนี้ทำท่าจะเป็นเรื่องจริง จึงรีบบอกให้คนตระกูลเปั่ยเข้าไปคุยกันด้านในทันที
“อืม ท่านนำทางเถิด” ตอนนี้คนในตระกูลเปั่ยกำลังกังวลกับเรื่องของพลังปราณที่มีคนนอกรู้ แม้ว่าจะเป็นเถ้าแก่หลิงก็เถิด
“นั่งๆ ก่อนเถิด อาจางเจ้าออกไปก่อน” เมื่อเถ้าแก่หลิงคิดได้ว่า เรื่องนี้ควรเป็นความลับจึงได้ให้ผู้ช่วยจางออกไป
“ขอรับเถ้าแก่” ตอนนี้ทุกคนจึงได้นั่งลงและพร้อมพูดคุยเรื่องสำคัญ“เรื่องมันเป็นมาอย่างไรหรือจินเออร์” เถ้าแก่หลิงที่เห็นว่าการถามเจ้าตัว จะดีกว่าและได้รับคำตอบที่ชัดเจนที่สุด จึงถามออกไปตามตรง
“เอ่อ เจ้าค่ะ” จริงๆ แล้วจินเออร์ไม่ได้กังวลว่าจะมีใครรู้หรือไม่ เพราะพลังที่ตนเองมี ก็เพียงพอที่จะสำแดงเดชออกมา ปกปั้องคนในครอบครัว เพียงแต่การเก็บเป็นความลับไว้ ก็จะง่ายต่อการใช้ชีวิตมากว่า
“ท่านตาเจ้าค่ะ เอาอย่างไรดี” จินเออร์กระซิบข้างหูท่านตาของตนเองอย่างเบา ๆ“อืม เถ้าแก่หลิง หากพูดคุยเรื่องนั้นออกไปแล้ว จะรับรองได้อย่างไร ว่าท่านจะไม่ทำอันตรายต่อครอบครัวของพวกเรา”“หืมม ข้าไม่บอกใครหรอก เพราะเรื่องนี้นะสำคัญมาก ที่สำคัญข้าบอกไปแล้วไงว่าข้านะ เอ็นดูจินเออร์เป็นลูกเป็นหลานจริงๆ” เถ้าแก่หลิงพูดออกไปพร้อมกับประโย