ผ่านไปไม่นาน ก็จะย่างเข้าเดือนที่สามแล้ว ที่จินเออร์นอนหลับไป ครอบครัวเปั่ยที่ตอนนี้มีเงินเก็บสะสมมากพอที่จะทำกิจการใหญ๋ๆ ได้แล้ว ก็ยังรอการฟืนคืนสติของเด็กน้อยบนเตียงเช่นเดิม
“ท่านลุงขอรับ…คุณหนูจินเออร์นางใกล้จะฟืนหรือยังขอรับ”
“ยังเลยหยางคง”
“ขอรับ เช่นนั้นข้าไป อ่านตำราก่อนนะขอรับ”
“อืม ไปเถอะ เผื่อจินเออร์ฟืนขึ้นมาเจ้าจะได้สอนนางอ่านหนังสือ”
“ขอรับ ข้าจะตั้งใจอ่านเยอะๆ จะได้สอนคุณหนูได้”
หลังจากที่จินเออร์สลบไปได้หนึ่งเดือนเต็ม ครอบครัวเปั่ยที่จะให้หยางคงเป็นคนสนิทของจินเออร์เป็นอันต้องพักบทบาทไปก่อนและหันมาให้หยางคงอ่านหนังสือไปก่อน ทดแทนการไปร่ำเรียนหนังสือ เนื่องจากในช่วงนี้ เข้าสู่หน้าหนาวแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพายุหิมะและความหนาวาเหน็บที่มาก่อนเวลาและรุนแรงนั้น จึงทำให้ต้องละแผนการไปก่อนและหันมาศึกษาตำราภายในตัวบ้านแทน
“ปัง ปัง ปัง มีใครอยู่หรือไม่”
เมื่อได้ยินเสียงคนเคาะประตู พ่อบ้านซูจึงเดินออกมาเปิดดู เมื่อเห็นว่าเป็นชาวบ้านจึงได้สอบถามออกไป
“มีอันใดหรือขอรับ”
“เอ่อ..คือข้า”
“เอ่ยมาได้เลยขอรับ หากมีอันใดเร่งด่วนข้าจะไปสอบถามนายท่านให้”“คือครอบครัวของข้า ไม่มีข้าวสารกรอกหม้อเลยเจ้าค่ะ ตอนนี้พายุหิมะหนามาก เดินทางออกไปลำบากยิ่ง ข้า..ข้าอยากจะมาขอซื้อข้าวสารบ้านท่านหน่อยเจ้าค่ะ”
“หืมม เช่นนั้นหรือ เช่นนั้นเจ้ารอข้าสักครู่ ข้าจะไปถามนายท่านให้ เข้ามาด้านในตัวบ้านก่อนเถิด”
“เจ