งความรู้สึกแปลกๆ เช่นกัน เพียงแต่พลังที่ได้รับนั้นช่างคุ้นเคยเหลือเกินเหมือนเคยพบเจอมาก่อน
“เช่นนั้นเราไปดูกันเถิดเจ้าค่ะท่านพี่ ข้าเป็นห่วงจินเออร์”
หลังจากนั้นทุกคนก็ไปรวมตัวกันที่ห้องของจินเออร์ขณะกำลังจะย่างเท้าเข้าห้อง จินหลงก็ออกมาขวางทุกคนไว้
“หยุดก่อนขอรับ ขณะนี้ยังไม่สามารถเข้าห้องของจินเออร์ได้” จินหลงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสบายๆต่างจากสีหน้าที่แสดงออกถึงความกังวลเล็กๆ
“ทำไมละจินหลง เกิดอันใดขึ้นหรือเปล่า” เปั่ยฮูหยินถามออกไปด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงหลานสาวของตนเอง
“ไม่มีอันตรายใด ขอรับ แต่เหมือนตอนนี้ จินเออร์ใกล้จะฟืนและตื่นขึ้น พลังที่อยู่รอบตัวของนางตอนนี้จึงอาจเป็นอันตรายต่อคนที่ไร้ปราณขอรับ”
“อืม เช่นนั้นหรอ งั้นเจ้าจะให้พวกข้าทำอันใดหรือไม่” ท่านตาที่รับรู้ได้ถึงเหตุที่เกิดขึ้นจึงเอ่ยออกมาอย่างเข้าใจ“ไม่ขอรับ อีกไม่นานนางน่าจะฟืน หากทุกท่านอยากรอ ก็สามารถรอได้ขอรับ เพียงแต่ห้ามเข้าใกล้นางจนกว่านางจะฟืน”หลังจากพูดจบไม่นานคนบนเตียงก็กระแอมออกมา ทำให้จินหลงรีบเข้าไปในห้องพักและตามาด้วยคนตระกูลเปั่ย
“อืมม อือออ แค่กๆ” ทำไมฟืนมาแล้วคอมันแห้งจังเลย
“ยัยเด็กอัปลักษณ์เจ้าฟืนแล้ว” จินหลงเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าตื่นแล้ว จึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงปราชดปราชัน แต่หากจับใจความประโยคและตั้งใจฟังดีๆแล้ว จะรับรู้ได้ว่า น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้น มีแต่ความดีใจและหายกังวลใจ“น้ำ ข้าหิวน้ำ ขอน้