ำหน่อย” โอ้ยยย ขอน้ำไปนานแล้ว ฟังข้าก่อน“อ่ะ นี่” จินหลงที่หายจากอาการดีใจและตื่นเต้นจึงรีบยื่นน้ำให้คนตัวเล็ก เอ๊ะ หรือโตกันนะ บนเตียงทันที
“จ..จินเออร์เจ้าฟืนแล้วลูกแม่ อึก แม่ดีใจเหลือเกิน” หลินเหมย เมื่อเห็นว่าบุตรสาวของตนเองฟืนแล้ว จึงเอ่ยออกมาด้วยความดีใจ น้ำเสียงสั่นเครือ ที่บ่งบอกว่าพยายามกลั้นเสียงสะอื้นและน้ำตาเอาไว้ขณะที่ร่างกายนั้น ตรงดิ่งเข้าไปประคองคนบนเตียงและกอดปลอบประโลม ให้หายคิดถึง
“แค่กๆ ท่านแม่เจ้าค่ะลูกว่ามันแน่นไปเจ้าค่ะ” ข้าคิดถึงท่านนะเจ้าค่ะ แต่ไม่ไหวจริงๆ แหะๆ
“ฮ่าๆ เจ้านี่นะ เป็นอย่างไรบ้างหลานตา ยังเจ็บปวดที่ใดอยู่หรือไม่” เมื่อเห็นว่าจินเออร์เอ่ยล้อเล่นได้แล้ว เฒ่าเปั่ยจึงคลายกังวลและถามกลับไปด้วยน้ำเสียงสดใสมากขึ้น
“ไม่แล้วเจ้าค่ะท่านตา ขอบพระคุณทุกคนที่เป็นห่วงข้านะเจ้าค่ะ”
“เจ้าตื่นขึ้นมาเช่นนี้ แสดงว่าร่างกายคงพร้อมรับพลังแล้วใช่หรือไม่”
“อืม ข้ากลับมาแล้ว พร้อมกับพลังที่เจ้าว่านั้นแหละจินหลง” แค่กๆ
“อืม เช่นนั้นก็ดียัยเด็กอัปลักษณ์” หึหึ
“อ่ะ เจ้าจะไปไหน กลับมาก่อนสิ ไม่คิดถึงข้าหรือไง” กลับมาาาาาาา
“เอาละๆ งั้นเจ้านอนพักต่ออีกสักหน่อยเถิด เดี๋ยวตอนเที่ยงยายจะมาปลุกเจ้าไปทานข้าว”
“เจ้าค่ะท่านยาย”
เมื่อทราบว่าจินเออร์ฟืนแล้วตระกูลซูต่างก็มารอแสดงความยินดีและดูแล ส่วนเด็กน้อยอย่างหยางคงเมื่อทราบว่าคุณหนูของตนเองฟืนแล้ว จึงมานั่งรอหน้าห้องอย่างใจ