ื่องจากคนในครอบครัวข้าคิดเอาเองว่ามันเป็นม้าที่รู้ความ และคุ้นชินกับบ้านเราแล้วจึงไม่หนีไปไหน วางใจปล่อยเจ้าแฝดให้เดินเล่นได้ตามใจชอบ แต่หารู้ไม่ มันหาใช่ม้าธรรมดาไม่ หากแต่มันเป็นสัตว์วิเศษ“เป็นอย่างไรบ้างตาแก่ วันนี้เกิดเรื่องอันใดขึ้น ทำไมยัยหนูถึงได้มีสภาพแบบนี้” เมื่อท่านตาเดินมาถึงท่านยายจึงเอ่ยปากออกไปถามหาเรื่องราว ด้วยความสงสัย มิเเพียงเท่านั้นในมือของท่านยายนั้น ยังมีน้ำดื่มให้ท่านตาอีกด้วย“อืม เรื่องมันยาวมากยายแก่” ท่านตารับน้ำมาจากท่านยายแล้วดื่มลงไป จากนั้นจึงหันไปหาท่านพ่อเพื่อถามว่าใครจะเป็นคนเล่าเหตุการณ์ในวันนี้“ยาวข้าก็จะฟัง เจ้าอย่าลีลาเถิด รีบพูดมา” ท่านยายเริ่มขึ้นเสียงใส่ท่านตา แต่น้ำเสียงไม่ได้เจือความหงุดหงิดแม้แต่น้อย เนื่องจากเป็นการเสียงดังเป็นบางปรโยคหรือบางครั้ง นับว่าเป็นการหยอกล้อกันเป็นปกติระหว่างสามีและภรรยา“ส่วนเจ้ามานี่ จินเออร์ มาให้แม่ดูหน่อยเถอะบาดเจ็บที่ตรงไหนอีกหรือไม่” หลังจากนั้นท่านแม่ก็จับข้าหมุนซ้าย หมุนขวา แล้วก็หมุนซ้ายอีกรอบ หมุนขวาอีกรอบ จนข้าจะเป็นลมแล้ว“หลินเหมย พี่ว่าเจ้าพอก่อนเถอะ ให้ลูกนั่งพักก่อนเถอะ”“โถ่ ท่านพี่ก็ข้าห่วงลูกนี่เจ้าคะ”“เจ้าก็เล่ามาได้แล้วตาเแก่ ข้าอยากรู้ว่าสรุปแล้วเรื่องราววันนี้เป็นอย่างไรบ้าง”“ข้าเล่าเองขอรับท่านพ่อ”หลังจากนั้นท่านพ่อจึงเล่าให้ท่านยาย ท่านแม่ฟังว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับข้า ตั้งแต่เรื่องที่ข้