“อ่าๆ ขอรับ ข้าเปั่ยซานหลงแล้วนี่ ท่านพ่อของข้าเปั่ยตงหลิงและจินเออร์ลูกสาวข้าขอรับ พวกเราเป็นเจ้าของเกวียนผักนี้ขอรับ”“เสียมารยาทแล้วๆ เชิญพวกท่านด้านในดีกว่า”“ขอรับ” เมื่อเข้ามาด้านในแล้ว พ่อครัวใหญ่ ได้เริ่มต้นพูดคุยเรื่องการซื้อผัก“ข้าอยากซื้อผักของท่าน โดยทำสัญญาระยะยาวได้หรือไม่”“เอ่ออ อันใดนะขอรับ ระยะยาวเลยหรือ”“ข้าขอเสียมารยาทนะเจ้าคะ ท่านพ่อครัวใหญ่เจ้าคะ ระยะยาวที่ว่านี้ ยังไงหรือเจ้าคะ”“ก็…ทุกครั้งที่เจ้าปลูกผักได้ให้นำมาขายให้ข้าอย่างไรเล่า”“ได้เจ้าค่ะ”“หืมม ไวไปหรือไม่”“อิอิ ไม่หรอกเจ้าค่ะ แต่ข้าอยากทำสัญญาเป็นเมื่อมีผลผลิตชนิดใดที่ท่านสั่งมา ท่านจะรับซื้อในราคาเดิมและไม่สามารถต่ำกว่าราคาตลาดได้ หากท่านปฏิเสธต้องจ่ายค่าปรับให้กับทางเราในราคาไม่ต่ำกว่าจำนวนผักที่นำมาขาย เมื่อเปรียบเทียบราคากับท้องตลาดในขณะนั้น นอกจากนี้จะต้องมีการต่อสัญญาใหม่ทุกๆ หกเดือนเช่นกัน ได้หรือไม่เจ้าคะ”“อืม ได้ แล้วมีอย่างอื่นหรือไม่”“เจ้าค่ะ นอกจากการต่อสัญญาทุกๆ หกเดือนแล้วข้าอยากให้พวกท่าน นำเกวียนมารับผักเองที่หมู่บ้านของข้าเจ้าค่ะ หากจะให้เข้าเมืองมาส่งผักทุกวันครอบครัวข้าคงจะมามิทันช่วงยามเหม่า (05.00-06.59น.) เนื่องจากผลผลิตต้องเก็บในช่วงเช้า และในทุกๆครั้ง ที่ท่านมา ให้แจ้งผลผลิตที่ต้องการในแต่ละครั้งล่วงหน้าไว้ด้วยเจ้าค่ะ จะได้ปั้องกันการล่าช้าเจ้าค่ะ”“ดีๆ รอบคอบๆ” ทำไมเด็กน้อยตรงหน้า